วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

พระบูชาพระสิงห์ปาย วัดศรีดอนชัย รุ่นแรก

 
พระบูชาพระสิงห์ปาย วัดศรีดอนชัย รุ่นแรก

 พระบูชาพระสิงห์ปาย วัดศรีดอนชัย รุ่นแรก
พระบูชาพระสิงห์ปาย วัดศรีดอนชัย รุ่นแรก


"วัดศรีดอนชัย" ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นวัดแรกของเมืองปาย สร้างในปีพุทธศักราช 1855 โดยมีพระพุทธสิหิงค์ หรือชาวบ้านเรียกว่า พระสิงห์ปาย เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองปาย

พระ สิงห์ปาย เป็นพระพุทธรูปศิลปะยุคเชียงแสน สิงห์หนึ่ง ยุคแรก พระพักตร์แช่มชื่นอิ่มเอิบ มีพระวรกายอวบอ้วน เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวปายมาตั้งแต่โบราณกาล

ทุกปีจะมีการอาราธนาองค์พระสิงห์ปาย จัดเป็นขบวนแห่ออกสรงน้ำตามหมู่บ้านชุมชน โดยเป็นประเพณีที่งดงามอลังการยิ่งแก่สายตาผู้ที่พบเห็น  ปัจจุบันวัดศรีดอนชัย ได้ร่วมกันสร้างวิหารศิลปะล้านนาขึ้น ในการนี้จึงได้จัดสร้างวัตถุมงคลพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงห์ปาย) รุ่นแรก จำลอง ขนาดหน้าตัก 9 นิ้วขึ้น โดยสร้างเป็นเนื้อโลหะสัมฤทธิ์ จำนวนสร้าง 156 องค์ (มีหมายเลขกำกับ)

ประกอบพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2553  ในองค์พระบรรจุวัตถุมงคลจากวัดดังๆ หลายแห่งในภาคเหนือ  สำหรับ พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปหล่อหุ้มทอง ปางสมาธิ ตามประวัติกล่าวว่า พระเจ้ากรุงลังกาองค์หนึ่งได้สร้างขึ้นไว้ ต่อมา เจ้านครศรีธรรมราช ได้ไปขอมาถวายพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย เมื่อพระบรมราชาธิราชที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยาได้กรุงสุโขทัยเป็นเมืองขึ้น จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานที่กรุงศรีอยุธยา

ครั้นต่อมาได้มีผู้นำไปไว้ที่เมืองกำแพง เพชรและที่เชียงราย เมื่อพระเจ้าแสนเมืองมา เจ้านครเชียงใหม่ ยกทัพไปตีเมืองเชียงรายได้ จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานที่เชียงใหม่ พร้อมกับพระแก้วมรกต เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชตีเมืองเชียงใหม่ได้

เมื่อปี พ.ศ.2205 ได้อัญเชิญพระพุทธ สิหิงค์มาประดิษฐานที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ กรุงศรีอยุธยาเป็นเวลา 105 ปี เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า เมื่อพ.ศ.2310 ชาวเชียงใหม่ซึ่งสมัยนั้นยังอยู่ข้างพม่า ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับไปที่เชียงใหม่  เมื่อมณฑลพายัพได้กลับ มาเป็นของไทย ในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาสุรสิงหนาท จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญลงมา ยังกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2338 โดยประดิษ ฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธ สวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  สำหรับรูปหล่อพระพุทธสิหิงค์หรือพระสิงห์ปายรุ่นแรกนี้ จัดสร้างเป็นจำนวนน้อย ควรค่าในการเช่าบูชาไว้เป็นมงคลกับตนเองครอบครัว นำปัจจัยเข้าสมทบในการสร้างวิหารศิลปะล้านนาของวัดศรีดอนชัย


ข่าวจากข่าวสด


อาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่แพทย์สั่งเอกซเรย์สมองด่วน หวั่นเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ


อาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่แพทย์สั่งเอกซเรย์สมองด่วน หวั่นเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ

แพทย์สั่งเอกซเรย์สมองหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ด่วน หวั่นเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ




ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - แพทย์นำ “หลวงพ่อคูณ” เข้าเอกซเรย์ระบบสมองด่วน หวั่นเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบหรือติดเชื้อหลังเกิดอาการซึมเศร้า เผยผลเอกซเรย์และอัลตราซาวด์ทรวงอกไม่พบปัญหา ระบุอาการโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีไข้ ตอบสนองได้ดี แต่อ่อนเพลียให้พักผ่อนมากขึ้น ชี้รอผลประชุมร่วมลูกศิษย์- ผู้ว่าฯ จะเจาะหน้าท้องให้อาหารที่รพ.มหาราชโคราชหรือย้ายไป รพ.ศิริราช กรุงเทพฯ 5 ก.ย.
      
       วันนี้( 3 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอด อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 4 พ .ค.ที่ผ่านมา รวมเป็นเวลานานร่วม 4 เดือน แล้วนั้น
      
       ล่าสุดวันนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ยังคงมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด และ คณะแพทย์ได้ให้น้ำเกลือขนาด 500 ซีซี 1 ขวด พร้อมกับพ่นยาขยายหลอดลม 30 นาที และสั่งห้ามเยี่ยมเด็ดขาด แต่สามารถกราบไหว้ ลงนามสมุดเยี่ยมและดูหลวงพ่อคูณได้ผ่านทางจอโทรทัศน์วงจรปิด ที่บริเวณด้านหน้าห้องผู้ป่วยเท่านั้น เนื่องจากแพทย์ต้องการให้หลวงพ่อได้พักผ่อนมากขึ้น หลังมีอาการอ่อนเพลียต่อเนื่องมาหลายวัน
      
       นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจอาการ ว่า อาการหลวงพ่อโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่มีไข้ ตอบสนองตอบโต้ได้ดีและรู้เรื่อง แต่มีอาการอ่อนเพลียบ้างต้องให้ท่านพักผ่อนมากขึ้น ซึ่งแพทย์ได้ให้น้ำเกลือเสริมอีก ตอนนี้ดีขึ้นเป็นลำดับ และเรื่องปอดบวมจากการสำลักอาหารครั้งล่าสุดดีขึ้น จากการดูฟิล์มเอกซเรย์ปอดลักษณะรอยโรคหายไปเกือบหมดแล้ว
      
       ส่วนการตัดสินใจจะเจาะหน้าท้องเพื่อให้อาหารทางสายยาง ที่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หรือ ย้ายไปที่โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ นั้น ทราบว่าจะมีการประชุมหารือเรื่องนี้ในวันจันทร์ที่ 5 ก.ย. นี้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะได้ข้อสรุปเลยหรือไม่อย่างไร



แพทย์สั่งเอกซเรย์สมองหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ด่วน หวั่นเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ
      
     สำหรับทางลูกศิษย์และทางจังหวัดนครราชสีมา หากสามารถพูดคุยกับทางโรงพยาบาลศิริราช ที่เสนอว่าจะมาทำให้ที่นี่ด้วยตัวเองให้เปลี่ยนใจโดยให้ย้ายไปทำที่ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯได้ แพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เราก็ไม่ว่าอะไร ยินดีที่จะส่งหลวงพ่อคูณไปอยู่แล้ว
      
       ทั้งนี้ ตนขอเรียนว่าการที่เราเปลี่ยนช่องทางให้อาหารหลวง พ่อ จากทางจมูกมาเป็นทางหน้าท้อง มันสามารถช่วยในเรื่องของจิตใจของผู้ป่วย และ ลดการสำลักได้ แต่ลดไม่ได้ทั้งหมดซึ่งปัจจัยที่เรายังไม่สามารถแก้ไขได้คือ อายุของหลวงพ่อ และปัญหาเรื่องเส้นเลือดสมองทำให้กระบวนการการกลืนมีปัญหา ทั้ง 2 ปัจจัยนี้เราไม่สามารถจะแก้ไขได้
      
       ขณะที่การให้อาหารและยาทางหน้าท้องหลวงพ่อก็สามารถฉันเองได้ หากท่านอยากฉัน แต่อาจได้ไม่มากแต่อย่างน้อยเป็นความรู้สึกและไม่มีอะไรคาอยู่ในจมูก กลืนไม่ลำบาก อันนี้มีผลต่อความรู้สึกของหลวงพ่อมาก ซึ่งขณะนี้แพทย์เราเริ่มหยุดให้ยาบางตัวกับหลวงพ่อไปแล้วเพื่อเตรียมรับการ ผ่าตัด นั่นแสดงว่าอีก 1 สัปดาห์ เราต้องดำเนินการเจาะได้
      
       จากนั้น เวลา 10.30 น. วันเดียวกันนี้ ภายหลังจากที่หลวงพ่อคูณ มีอาการซึมเศร้า เหงาหงอย นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณได้เฝ้าสังเกตอาการและตัดสินใจนำหลวงพ่อคูณ ออกจากห้องพักผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชฯ ลงไปยังชั้น 1 เข้าห้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความละเอียดสูง เพื่อตรวจระบบสมองเป็นการด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ โดยใช้เวลา 15 นาที จากนั้นได้นำไปตรวจอัลตราซาวด์ทรวงอกจนถึงท้องอีก 15 นาที ก่อนนำหลวงพ่อไปพักผ่อนที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 ตามเดิม

แพทย์สั่งเอกซเรย์สมองหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ด่วน หวั่นเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ


ในระหว่างทางที่เจ้าหน้าที่เข็ญเตียงคนไข้ นำหลวงพ่อคูณ ไปยังห้องเอกซเรย์และอัลตราซาวด์ นั้น ได้มีประชาชนญาติโยมที่เดินทางมาเยี่ยมผู้ป่วยจำนวนมาก พากันนั่งลงกราบไหว้ขอให้หลวงพ่อคูณหายจากอาพาธกลับวัดบ้านไร่ได้โดยเร็ววัน
      
       นพ.พินิจจัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ช่วงนี้หลวงพ่อมีอาการซึม ๆ หงอยๆ ซึ่งโดยหลักการหากหลวงพ่อเริ่มซึมขึ้นมาต้องตรวจว่ามีโรคทางกายอะไรซ่อนเร้น หรือไม่ โดยเฉพาะ เรื่องการติดเชื้อ หรือที่เรากลัวมาก คือ ปัญหาทางสมองเท่าที่ตรวจเช็กทั้งสองระบบยังไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม รวมทั้งเช็คผลแล็บก็ยังไม่มีอะไรอธิบายอาการซึมหงอยของหลวงพ่อ ทั้งชีพจร หัวใจ ความดัน ก็อยู่ในเกณฑ์ดี น้ำหนักตัวอยู่ที่ 40 กิโลกรัม (กก.) และอาหารเหลวก็รับได้ดีไม่มีปัญหาตรงนี้
 



แพทย์สั่งเอกซเรย์สมองหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ด่วน หวั่นเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ
       

     ฉะนั้นเชื่อว่าการที่หลวงพ่อไม่สดชื่นนัก อาจเป็นเรื่องของทางอารมณ์หรือจิตใจส่วนหนึ่งที่อาจมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย เพราะมาพักรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนานเป็นเดือนที่ 4 แล้ว อะไรที่ท่านไม่ชอบต้องได้เจอตลอด เช่น การเจาะเลือด ฉีดยา และมีสายยางคาอยู่ที่จมูก ไม่ให้ฉันทางปาก ภาวะต่างๆ เหล่านี้เชื่อว่าเป็นปัจจัยที่อธิบายได้ว่าทำไมหลวงพ่อดูซึมๆ ไป
      
       อย่างไรก็ตาม แพทย์เราต้องเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนการรักษาทางอารมณ์คงจะใช้วิธีให้ลูกศิษย์ที่สนิทใกล้ชิดและหลวงพ่อเรียก หาประจำมาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับหลวงพ่อ ซึ่งหมุนเวียนกันมาครั้งละ 2 คน

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554



11 กันยายน 2554 ชมรมพระเครื่องจังหวัดสมุทรปราการ จัดงานมหกรรมการประกวด อนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชาและเหรียญคณาจารย์ ณ ห้างสรรพสินค้า พันทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน





ชมรมพระเครื่องจังหวัดสมุทรปราการร่วมกับชมรมนายก อบต.สมุทรปราการ


ขอเรียนเชิญพี่น้อง  ผู้นิยมสะสมพระเครื่องทุกท่าน เข้าร่วมมหกรรมการประกวด อนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชาและเหรียญคณาจารย์ ณ ห้างสรรพสินค้า พันทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน  ใน วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2554   รายได้ ส่วนหนึ่ง เพื่อจัดซื้อ อุปกรณ์การแพทย์ มอบให้กับ โรงพยาบาลบางพลี


รายการของรางวัล


รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมยอดเยี่ยม ถ้วยรางวัล พร้อม TV LCD

รางวัลชนะเลิศพระยอดนิยม ถ้วยรางวัล พร้อม TV LCD

รางวัลชนะเลิศพระทั่วไป ถ้วยรางวัล พร้อม TV LCD

รางวัลชนะเลิศพระจังหวัดสมุทรปราการ ถ้วยรางวัล พร้อม TV LCD

รางวัลชนะเลิศประจำโต๊ะ พัดลม

รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ

 ที่1 หนังสือรวมประวัติและพระเครื่องหลวงพ่อปาน

ที่ 2,ที่ 3,ที่ 4 เสือเนื้อโลหะครบรอบ 101 ปี หลวงพ่อปาน

หมายเหตุ พระที่ชนะการประกวดทุกรายการ  จะเก็บภาพไว้เพื่อทำหนังสือ แจกในงานประกวดปีถัดไป