วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร วัดดอนศาลา





พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร วัดดอนศาลา


http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

 

พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร หรือ พระครูสิริวัฒนการ อดีตรองเจ้าอาวาสวัดดอนศาลา ต.มะกอกเหนือ อ.ควน ขนุน จ.พัทลุง ยอดพระเกจิอาจารย์ ศิษย์เอกพระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม พระอาจารย์แห่งสำนักเขาอ้อ

อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า ศรีเงิน ชูศรี เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2472 ที่บ้านไผ่รอบ หมู่ที่ 7 ต.ปันแต อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 5 คน โยมบิดา-มารดา คือ นายสุดและนางเฟื่อง ชูศรี

ในช่วงวัยเด็ก มารดาของท่านได้เสียชีวิตตั้งแต่ท่านอายุเพียงแค่ 7 ขวบ ภายหลังจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 โรงเรียนวัดดอนศาลา ได้ลาออกมาช่วยบิดาประกอบอาชีพ จนเมื่ออายุ 17 ปี บิดาได้เสียชีวิตไปอีกคน

กระทั่ง เมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดดอนศาลา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2493 โดยมีพระพุทธิธรรมธาดา เจ้าอาวาสวัดสุวรรณวิชัย และรองเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูกรุณานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอควนขนุน เป็นพระ กรรมวาจาจารย์ และพระครูกาชาด (บุญทอง) เจ้าอาวาสวัดดอนศาลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า อาภาธโร ภายหลังอุปสมบทได้อยู่จำพรรษาอยู่ที่วัดดอนศาลา พร้อมกับตั้งใจศึกษาด้านพระปริยัติธรรมอย่างมุ่งมั่น สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี โท และ นักธรรมชั้นเอก ตามลำดับ


http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง




ด้านศาสนกิจนอกจากเป็นพระครูสอนนักธรรมแก่พระภิกษุ-สามเณรที่วัดดอนศาลาแล้ว ท่านยังเป็นครูสอนธรรมศึกษาจริยธรรมแก่นักเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่ วัดสุวรรณวิชัย อ.ควนขนุน ได้อุปถัมภ์โรงเรียนวัดดอนศาลานำวิทยาด้วย โดยได้จัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนให้กับโรงเรียน สร้างสนามกีฬา สร้างศาลาอเนกประสงค์ และยังเป็นอาจารย์สอนพิเศษ วิชาธรรมศึกษา จริยธรรมศึกษา ให้กับนักเรียนที่เข้าสอบธรรมศึกษาในสนามหลวงทุกปี ตั้งแต่ธรรมศึกษาชั้นตรีถึงชั้นเอก พร้อมทั้งได้ให้ทุนศึกษาแก่นักเรียนที่มีอุปนิสัยดีและตั้งใจเรียนเป็นประจำ

ด้านวิทยาคม ท่านได้ศึกษาร่ำเรียนวิชาสายเขาอ้อกับพระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อ และพระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ นอกจากนี้ ท่านได้ศึกษาความรู้ทางด้านการแพทย์แผนโบราณกับพระครูพิพัฒน์สิริธร หรือ พระอาจารย์คง สิริมโต อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน และได้ร่ำเรียนวิชากับอาจารย์เปรม นาคสิทธิ์ โดยเฉพาะกับพระอาจารย์ปาล นับได้ว่า
พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลาเป็นศิษย์เอกที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาสายตรงจาก พระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม มากที่สุดท่านหนึ่ง



ด้วยระหว่างที่เป็นพระครูสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุและสามเณรที่วัดเขาอ้อ นั้น พระอาจารย์ศรีเงินได้เรียนวิชากับพระอาจารย์ปาลมาโดยตลอด เมื่อพระอาจารย์ปาลชราภาพ ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดดอนศาลา ท่านก็ทำหน้าที่ดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาหลายปี และเมื่อพระอาจารย์ปาลมรณภาพลง พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลาก็เป็นแม่งานใหญ่ในการจัดพิธีศพ

สำหรับพระเครื่อง ของ
พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา ล้วนแต่เป็นที่นิยมของบรรดานักสะสมพระเครื่อง และผู้สนใจอย่างแพร่หลายทั้งใน จังหวัดและทั่วประเทศ เนื่องจากมีพุทธคุณสูงทั้งด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และเมตตามหานิยม

อย่างไรก็ตาม
พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลาเคยได้เปิดกรุพระเครื่อง ของท่านส่วนหนึ่ง เมื่อประมาณปี 2536 เพื่อสมนาคุณให้กับผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนสร้างศาลาอเนกประสงค์ (ศาลาสิริวัฒนการ) โรงเรียนวัดดอนศาลา ซึ่งมีหลายรุ่นด้วยกัน เช่น พระสมเด็จเนื้อนวโลหะ ปี 2524 พระกลีบบัวผงว่านยา ปี 2526 พระกริ่งสิริวัฒน์ รุ่นฉลองสมณศักดิ์ สัญญาบัตรพัดยศ ปี 2534 พระผงว่านสิริวัฒน์ พระปิดตาเนื้อชินตะกั่ว พระของขวัญเนื้อผงว่านยาอาจารย์นำ ปี 2513 และตะกรุดต่างๆ แต่ปัจจุบันวัตถุมงคลเหล่านี้ล้วนเสาะแสวงหาได้ยากยิ่งนัก
พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร ในราชทินนามพระครูสิริวัฒนการ และได้สร้างพระกริ่งสิริวัฒน์ รุ่นฉลองสมณศักดิ์ สัญญาบัตรพัดยศ เมื่อปี 2534
พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลามรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2543 สิริอายุได้ 72 ปี พรรษา 51

ตลอดชีวิต
พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลาอาศัยในร่มเงาพระพุทธศาสนา ประกอบคุณงามความดีด้วยจิตใจที่ผ่องแผ้ว แม้ว่าจะละสังขารลาโลกไปแล้วก็ตาม แต่คุณงามความดีที่ได้ประกอบศาสนกิจมาตลอดชีวิตจะเป็นที่จดจำของชาวพัทลุงอย่างมิลืมเลือน


Continue Reading...

พระกริ่ง 8 รอบ ญสส.



พระกริ่ง 8 รอบ ญสส. มงคลสมเด็จพระสังฆราช


http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง



สมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
ทรงได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชครบ 20 ปี ในวันที่ 21 เมษายน 2552 และจะทรงเจริญพระชนมายุ 96 พรรษา (8 รอบ) ในวันที่ 3 ตุลาคม 2552 เป็นอุดมมงคลสูงสุด

สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้ขอประทานอนุญาตสร้างวัตถุมงคล "พระกริ่ง 8 รอบ" จุดประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระ เกียรติแด่พระองค์ท่าน และเพื่อเป็นที่ระลึกในวโรกาสอันเป็นอุดมมงคลสูงสุดนั้น

สมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
ประทานอนุญาตตามที่กราบทูลขอ และประทานโลหะอันเป็นชนวนที่ได้จากการสร้างวัตถุมงคลของวัดบวรนิเวศวิหาร เช่น ชนวนพระกริ่งไพรีพินาศ พระกริ่งคชวัตร เป็นต้น เพื่อผสมพระกริ่งที่จัดสร้างขึ้นในครั้งนี้


พระเครื่อง ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 

นอกจากนี้ ยังได้ผสมชนวนโลหะ ซึ่งได้จากแผ่นโลหะทอง นาก เงิน ที่จารอักขระโดยพระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศจำนวน 108 องค์ ซึ่งรวบรวมไว้ในคราวงานฉลองพระชนมายุครบ 90 พรรษา ของสมเด็จพระสังฆราช แล้วหลอมรวมกัน ผสมหล่อพระกริ่งในครั้งนี้ ที่ใต้ฐานของพระกริ่งปิดด้วยแผ่นตราสัญลักษณ์งานฉลองพระชนมายุ 96 พรรษา (8 รอบ) พุทธลักษณะของพระกริ่งเป็นศิลปะสุโขทัย ซึ่งมีความหมายถึง รุ่งอรุณแห่งความสุข ศิลปะสุโขทัยนับได้ว่าเป็นสุดยอดแห่งความงดงามของพุทธศิลป์ และการออกแบบพระกริ่งในครั้งนี้จึงนับได้ว่าเป็นพระกริ่งแบบศิลปะไทยแท้

สูตรของการจัดสร้างพระกริ่ง ใช้สูตรของวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สืบทอดมาแต่โบราณ ซึ่งผิวขององค์พระกริ่งจะกลับผิว ทำให้องค์พระกริ่งมีความงดงามยิ่งนัก พระกริ่ง 8 รอบ ญสส. จัดสร้างเพียง 3 เนื้อ ได้แก่ เนื้อทองคำ (น้ำหนัก 28 กรัม), เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองทิพย์

พระกริ่ง 8 รอบ ฉลองพระชนมายุ 96 พรรษา
สมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้ประกอบพิธีเททองไปแล้ว เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และได้กำหนดพิธีพุทธาภิเษก ในวันที่ 20 มิถุนายน 2552 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม เป็นผู้แทนพระ องค์สมเด็จพระสังฆราช

พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา 10 รูป ได้แก่ พระสาสนโสภณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, พระพรหมเมธี วัดเทพศิรินทราวาส, พระพรหมเวที วัดไตรมิตรวิทยาราม, พระพรหมเมธาจารย์ วัดบุรณศิริมาตยาราม, พระพรหมโมลี วัดพิชยญาติการาม, พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ, พระธรรมกิตติมุนี วัดเฉลิมพระเกียรติ จ.นนทบุรี, พระธรรมกิตติเมธี วัดสัมพันธวงศาราม, พระธรรมวรเมธี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และพระจันทนิภากร (ถวิล จันท สโร) วัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ จ.เชียงราย 


นับเป็นพระกริ่งที่พิธีดี อนาคตไกลที่น่าบูชาและสะสมอีกรุ่นหนึ่ง


Continue Reading...

พระร่วง หลังลายผ้า กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี



http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

พระเครื่องเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงเป็นพระเครื่องที่มีเสน่ห์อย่างหนึ่ง เนื่องจากผิวของสนิมแดงที่ปกคลุมเนื้อพระไว้สวยงาม มีสีแดงอมส้มบ้าง แดงอมม่วงบ้าง สีของผิวสนิมนี้จะไม่เสมอกันทั้งองค์ จะมีแก่อ่อนสลับกันไป และมีไขขาวแซมสลับกันไป นอกจากนี้ด้วยความเก่าแก่ของพระจะปรากฏเส้นรอยรานเป็นเส้นเล็กๆ วิ่งไปมาสลับซับซ้อน มักเรียกกันว่า "เส้นใยแมงมุม" เกิดจากการเกิดของสนิมแดงที่ใช้เวลานานเก่าแก่จึงเกิดสนิมทับถมกันหนามาก ขึ้นเป็นชั้นๆ จนเกิดรอยรานขึ้น ซึ่งเป็นวิธีสังเกตพระเนื้อชินสนิมแดงแท้ๆ   พระเนื้อชินสนิมแดงที่ถือว่าเป็นพระที่เก่าแก่ของพระเครื่องประเภทนี้ก็ยกให้พระร่วง หลังลายผ้า กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี เนื่องจากมีอายุการสร้างเก่าแก่ที่สุด และมีการพบก่อนพระร่วงกรุอื่นๆ พระร่วงหลังรางปืนเป็นพระเครื่องที่พบภายหลังจากการพบพระร่วงหลังลายผ้าของ ลพบุรี ถ้าสังเกตจากศิลปะของพระร่วงหลังลายผ้าจะมีอายุการสร้างมาก่อนพระร่วงหลัง รางปืน แต่พระร่วงหลังรางปืนนั้นมีพบจำนวนน้อยกว่าพระร่วงหลังลายผ้า จึงทำให้มีสนนราคาที่แพงกว่า


พระร่วงหลังลายผ้านั้นทางด้านศิลปะแล้วเป็นศิลปะแบบขอมชัดเจน เมื่อเทียบเคียงกับศิลปะขอมในเขมรแล้วจะใกล้เคียงกับศิลปะขอมแบบนครวัดมาก ที่สุด อายุการสร้างน่าจะอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 17 การค้นพบพระร่วงหลังลายผ้าครั้งแรกพบที่กรุพระปรางค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี ในปีพ.ศ.2430 และต่อมายังพบอีกในปี พ.ศ. 2455 และปีพ.ศ.2485 พระที่พบมีพระต่างๆ ที่ขึ้นมาพร้อมกับพระร่วงหลังลายผ้ามาก มายหลายพิมพ์ รวมทั้งพระบูชาสมัยลพบุรีอีกมาก พระร่วงหลังลายผ้าที่พบมีอยู่สองพิมพ์ คือพิมพ์ฐานสูง และพิมพ์ฐานเตี้ย

นอกจากพระร่วงหลังลายผ้าที่พบที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุแล้วยังพบพระที่มีพิมพ์เดียวกันอีกครั้งที่บริเวณ โรงเรียนเทคนิคลพบุรี ที่แต่เดิมเป็นโรงเรียนช่างกล จึงเรียกกันว่า "กรุช่างกล" แต่ก็พบจำนวนไม่มากนัก พระที่พบส่วนมากองค์พระจะมีความบางมากกว่าของกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ การพบพระร่วงของลพบุรีนั้นยังมีการพบพระร่วงอีกที่บริเวณวิหารกรอ ซึ่งอยู่ภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ แต่เป็นคนละพิมพ์กับของกรุพระปรางค์ มีพบสองพิมพ์คือพิมพ์เล็กกับพิมพ์ใหญ่ และยังพบพระร่วงเนื้อชินเงินผิวปรอทอีกที่กรุถ้ำมหาเถร

พระร่วง หลังลายผ้าเป็นพระร่วงที่มีการพบเป็นกรุแรกของเมืองไทย และได้รับความนิยมกันมาก่อนกรุอื่นๆ พุทธคุณนั้นดีครบทุกด้าน ทั้งในด้านตบะบารมี มหาอำนาจ ความเจริญรุ่งโรจน์ อยู่ยงคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาด แต่ปัจจุบันพระร่วงหลังลายผ้านั้นหายากครับ สนนราคาถ้าสวยๆ สมบูรณ์ๆ อยู่ที่หลักล้าน ถ้าอ่อนความงามลงมาหน่อยก็ต้องหลายๆ แสนครับ ในวันนี้ผมก็นำมาให้ชมกันหนึ่งองค์ เป็นพิมพ์ฐานเตี้ยของกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุลพบุรีครับ

ที่มา แทน ท่าพระจันทร์






Continue Reading...

เหรียญพระพุทธมหามงคล เหรียญเดียวรวม 4 พระพุทธรูปสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4





http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง


เหรียญ เหรียญพระพุทธมหามงคล จัดสร้างโดยสำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์ มีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เซนติเมตร พระพุทธรูปที่จำลองลงเหรียญทั้ง 4 เหรียญนี้นับเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องในรัชกาลที่ 4 และเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมาตราบจนปัจจุบันทั้งสิ้น

"พระสัมพุทธพรรณี" พระพุทธรูปประจำพระองค์ทรงโปรดให้หล่อขึ้นเมื่อครั้งทรงผนวชและประทับที่วัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) และเมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญไปประดิษฐานในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย ปัจจุบันประดิษฐานบนฐานชุกชีหน้าพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม



"พระนิรันตราย" พระพุทธรูปทองคำเก่าแก่ซึ่งขุดพบในสมัยพระองค์ ได้สร้างปาฏิหาริย์ด้านแคล้วคลาดเป็นที่ปรากฏ "พระสยามเทวาธิราช" ทรงโปรดให้สร้างขึ้นด้วยความเชื่อว่าบ้านเมืองย่อมมีเทวดาคุ้มครองรักษา จึงอยู่รอดปลอดภัยมาโดยตลอด ส่วน "พระไพรีพินาศ" มีผู้นำมาถวายในสมัยที่ทรงผนวชและประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร ถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลให้ศัตรูพ่ายแพ้

นอกจากนี้ ด้านหลังของเหรียญทั้ง 4 เป็น "พระยันต์อริยสัจจ์โสฬสมงคล" ยอดมหายันต์อันทรงพุทธคุณเข้มขลัง ทั้งแคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพัน เมตตามหานิยม และโภคทรัพย์ครบครัน ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงนับถือมาก

เหรียญพระพุทธมหามงคลประกอบพิธีพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2551 โดยมี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เป็นประธานจุดเทียนชัย และ ม.จ.กรณิกา จิตรพงศ์ เป็นประธาน

ฝ่ายฆราวาสในพิธี โดยมีพระราชาคณะ และพระเกจิคณาจารย์ชื่อดังของเมืองไทยเข้าร่วมเจริญพระพุทธมนต์และบริกรรม จิตตภาวนาหลายรูป อาทิ พระธรรมเจดีย์ วัดกัลยาณมิตร, พระเทพปัญญากวี วัดมกุฏ กษัตริยาราม, พระราชเวที วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, พระธรรมปริยัติเวที วัดพระปฐมเจดีย์, พระพิพัฒน์วิริยาภรณ์ วัดไร่ขิง, พระราชรัตนวราภรณ์ วัดพนัญเชิง, พระครูวิมลญาณอุดม วัดมณีชลขันธ์, หลวงพ่อตัด วัดชายนา ฯลฯ

นับเป็นเหรียญขลังเหรียญดีที่เต็มเปี่ยมด้วยพระบารมีของ 4 พระพุทธรูปสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4 ควรค่าแก่การสะสมบูชายิ่งนัก

Continue Reading...
 

Blogroll

Site Info

Text

พระเครื่อง