วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

5 พระศิลาทวารวดี


5 พระศิลาทวารวดี

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระพุทธรูปศิลา วัดหน้าพระเมรุ อยุธยา

ในจำนวนพระพุทธรูปสำคัญ มากมายหลายองค์ในไทย หากจะนับกันด้วยอายุแล้ว พระพุทธรูปศิลปะทวารวดี ปางประทับห้อยพระบาท หรือที่เรียกกันว่า พระปางป่าเลไลยก์ มีอายุการสร้างเก่าแก่ที่สุด

บริเวณลานชั้นลดด้าน ทิศใต้ องค์พระ ปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม มีพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี ปางประทานปฐมเทศนา ประทับห้อยพระบาทบนฐานกลมประดับกลีบบัวคว่ำบัวหงาย พระพักตร์ แบนใหญ่ ความสูงจากพระบาทถึงพระรัศมี 148 นิ้ว ประดิษฐานอยู่

พระพุทธรูป องค์นี้มีชื่อเป็นทางการว่าพระพุทธนรเชษฐ์ เศวตอัศมมัยมุนี ศรีทวารวดี ปูชนียบพิตร สภาพองค์พระทำด้วยศิลาฉาบปูนสีขาว ชาวบ้านเรียกกันว่า พระขาว หรือหลวงพ่อขาว

ข้อมูลจากหนังสือพระพุทธรูปสำคัญ กรมศิลปากรจัดพิมพ์เผยแพร่ ปี 2544 เดิมเป็นพระพุทธรูปประจำมุขทิศของพระเจดีย์สมัยทวาร-วดีองค์หนึ่ง ในวัดทุ่งพระเมรุ หรือวัดพระเมรุ

วัดนี้ เดิมทีเป็นวัดร้าง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามใหม่ว่า สวนนันทอุทยาน ในตำบลพระปฐมเจดีย์

พระพุทธรูปชุดนี้มีทั้งหมด (เพียง?) 4 องค์ องค์ที่สมบูรณ์ที่สุด ปัจจุบันอยู่ในพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ ส่วนอีก 3 องค์ ชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปในที่ต่างๆ

กรมศิลปากรให้ข้อมูลว่า เริ่มขุดค้นทางโบราณคดี ที่วัดทุ่งพระเมรุ นครปฐม เมื่อปลายปี 2481 ถึงต้นปี 2482 พบสถูปองค์ใหญ่สมัยทวาร-วดี แสดงว่ามีร่องรอย มุขประจำทิศทั้ง 4 ที่ฐานเจดีย์ พบที่สำหรับตั้งพระพุทธรูป และซากหินสำหรับรององค์พระ แสดงว่าเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่มาก่อน

เมื่อสืบค้นก็ พบว่า ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการขุดพบและอัญเชิญพระพุทธรูปชุดนี้ ไปเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ เป็นองค์แรก

ถึงสมัย รัชกาลที่ 5 ก็ได้ขุดพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปชุดนี้อีก แต่ไม่พบเต็มองค์ พบแต่เป็นชิ้นๆ ไม่มีพระเศียร รวบรวมไว้ได้ราว 2 องค์ เก็บรักษาไว้ที่ระเบียงคดด้านนอกองค์พระปฐมเจดีย์

ต่อมาเมื่อปี 2501 ได้มีการขุดพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปเนื้อหินสีขาว แบบเดียวกันที่วัดพระยากง ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่า พระพุทธรูปศิลาขาวชุดนี้ พระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาอัญเชิญมาจากนครปฐม

เค้าลางจากชิ้นส่วนที่ ขุดพบ กรมศิลปากรติดตามไปพบพระเศียรจากร้านขายของเก่าสองร้าน ผู้ซื้อไว้สารภาพว่าผู้ขายนำมาจากอยุธยา จึงสันนิษฐานว่า ได้มาจากวัดพระยากง

ระหว่างการค้นหา ได้ข้อมูลจากชาวบ้านย่านวัดขุนพรหมว่า เมื่อราว 14-15 ปี ก่อนหน้า เคยมีส่วนในการขนย้ายพระพุทธรูป 3 องค์จากวัดพระยากงไปไว้วัดขุนพรหม จำได้แต่ว่าพระไม่สมบูรณ์ถูกนำไปพอกปูนใหม่

เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ติดตามไปวัดขุนพรหม กะเทาะปูนออกแล้ว พบชิ้นส่วนพระศิลาชุดเดียวกัน เมื่อนำไปรวมกับชิ้นส่วนที่ระเบียงวัดพระปฐมเจดีย์ ก็พอประกอบเป็นพระพุทธรูปได้เต็มสมบูรณ์ 2 องค์

นำไปประดิษฐานไว้ ที่พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติเจ้าพระยาองค์หนึ่ง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครอีกองค์หนึ่ง

กระนั้น...ก็ยังเหลือ ชิ้นส่วนพระศิลาพอประกอบเป็นพระพุทธรูปได้อีก 1 องค์ เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ได้ขอให้กรมศิลปากรนำมาประกอบเป็นพระพุทธรูปไว้ที่ ลานชั้นลดด้านทิศใต้องค์พระปฐมเจดีย์

นับรวมพระพุทธรูปศิลาขาวชุด นี้ องค์แรกในพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ และองค์ที่เพิ่งประกอบได้ ที่ด้านทิศใต้องค์พระปฐมเจดีย์ ก็นับเป็นองค์ที่ 4

เข้าชุดกับเค้า ฐานศิลา จุดพบพระเดิมที่วัดทุ่งพระเมรุ นครปฐม พอดี

แต่ยังมีพระพุทธ รูปศิลาปางประทับห้อยพระบาท...ที่วัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกองค์หนึ่ง

พระศิลาองค์นี้มีจารึกว่า ผู้รักษาเมืองอยุธยา สมัยรัชกาลที่ 3 ย้ายมาจากวัดมหาธาตุในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ขุดพบศิลาเรือนแก้วอันหนึ่ง ที่วัดพระเมรุ นครปฐม นำมาเทียบกับพระศิลาวัดหน้าพระเมรุ (อยุธยา) ก็ปรับเข้ากันได้สนิท

ใน การขุดค้นครั้งปี 2481-2482 ศาสตราจารย์ ปิแอร์ ดูปองด์ นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ขุดพบท่อนพระเพลา พระกร และนิ้วพระหัตถ์ อีกหลายนิ้ว ขนาดเดียวกับพระศิลาวัดหน้าพระเมรุ อยุธยา จึงเชื่อกันว่า พระพุทธรูปวัดหน้าพระเมรุ อยุธยา อัญเชิญมาจากวัดทุ่งพระเมรุ นครปฐม

หาก นับจากเค้าฐานรอบพระเจดีย์ทวารวดี ที่วัดทุ่งพระเมรุ นครปฐม มีพระพุทธรูปอยู่เพียง 4 ทิศ คือ 4 องค์ ปัญหาที่จะต้องสืบค้นกันต่อไป ก็คือ

พระพุทธรูปศิลาองค์ที่ 5 ที่วัดหน้า พระเมรุ อยุธยา นำมาจากนครปฐมหรือไม่ หรือองค์ใดองค์หนึ่ง ใน 3 องค์จากชุดแรก แปลกปลอมมาจากชิ้นส่วนพระศิลาองค์อื่น.



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น