พระมหานาคชินะ วัดบวรนิเวศวิหาร
พระมหานาคชินะ วัดบวรนิเวศวิหาร
คอลัมน์ เดินสายไหว้พระ
คอลัมน์ เดินสายไหว้พระ
"วัดบวรนิเวศวิหาร" พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ต้นถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำพู เขตพระนคร กรุงเทพฯ ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบางลำพู อยู่ใกล้กับตรอกข้าวสารที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัยชั่ว คราวเป็นจำนวนมาก จึงมิใช่เรื่องน่าแปลกใจที่จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาชมความงามและ ถ่ายรูปวัดบวรฯ เก็บไว้เป็นที่ระลึก
ทั้งนี้ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นที่ประทับของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประมุขสงฆ์สูงสุดของประเทศไทย
ในอดีต วัดบวรนิเวศวิหาร ยังเป็นที่พำนักของพระภิกษุนาคหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายรูป และยังเป็นสถานที่พำนักระหว่างพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงพระผนวช รวมทั้งเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ อาทิ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งทรงพระผนวช
อีกด้วย
นอก จากนี้ วัดบวรฯ ยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนมัธยมวัดบวรฯ และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ที่เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งพระปริยัติธรรมและปฏิบัติ
รวม ทั้งเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะชั้นยอดที่น่าสนใจอย่างสูง
วัดแห่งนี้ ได้รับการทะนุบำรุง และสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นจนเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง โดยเฉพาะในสมัยปลายรัชกาลที่ 3
ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าฟ้ามงกุฎ ซึ่งผนวชเป็นพระภิกษุ อยู่วัดสมอรายหรือวัดราชาธิวาส เสด็จมาครอง เมื่อพ.ศ.2375 ทำให้วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ และเสริมสร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมากมาย
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชาคณะเสด็จประทับที่วัดแห่งนี้ ทรงบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เพิ่มเติมขึ้นหลายอย่าง
พร้อม ทั้งได้รับพระราชทานตำหนักจากรัชกาลที่ 3 ด้วย ในสมัยต่อมาวัดนี้ เป็นวัดที่ประทับของพระมหากษัตริย์ เมื่อทรงพระผนวชหลายพระองค์ เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทำให้วัดนี้ได้รับการทำนุบำรุงให้คงสภาพดีอยู่เสมอ
ใน ปัจจุบันนี้ ศิลปกรรมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ หลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในสภาพดีพอที่จะชมและศึกษาได้ เป็นจำนวนไม่น้อย
เดินเข้าไปในวัด เริ่มต้นจากพระอุโบสถ ที่มีความงดงาม ด้านหน้าวิหารเป็นมุข มีเสาเหลี่ยมมีพาไลรอบซุ้มประตู หน้าต่าง และหน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้น
พระ อุโบสถหลังนี้ได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยโปรดฯ ให้มุงกระ เบื้องเคลือบลูกฟูก ประดับลายหน้าบันด้วยกระเบื้องเคลือบสี และโปรดฯ ให้ขรัว
อินโข่งเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ ส่วนภายนอกได้รับการบูรณะ บุผนังด้วยหินอ่อนทั้งหมด
เมื่อเดินเข้า ไปภายในพระอุโบสถ และมองไปรอบข้าง เป็นผนังหินอ่อนสีขาวตัดกับสีทองของประตูและหน้าต่าง ตรงกลางเป็นพระประธานในพระอุโบสถ คือพระ พุทธชินสีห์สันนิษฐานว่าสร้างสมัยพระยาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย พร้อมกับพระพุทธชินราชที่พิษณุโลกและพระศรีศาสดา
พระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างทรงพระผนวช ได้โปรดฯให้อัญเชิญพระศรีศาสดาและพระพุทธชินสีห์มา
ประดิษฐสถานที่ วัดบวรนิเวศวิหารจนถึงปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑ์ ภปร. วัดบวรนิเวศราชวิหาร เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่ง คือ พระมหานาคชินะ
"พระมหานาคชินะ" เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก วัสดุโลหะปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 12 เซนติเมตร องค์พระสูง 22 เซนติเมตร จากฐานถึงเศียรนาคสูง 30 เซนติเมตร เฉพาะฐานสูง 7.5 เซนติเมตร มีพุทธลักษณะพิเศษสามารถแยกได้ 3 ส่วน คือ องค์พระปฏิมาฐานกลีบบัว และนาคปรก ขณะเดียวกัน ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม จารึกประวัติการสร้างที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระผนวช เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อปีพุทธศักราช 2447 โปรดฯ ให้สร้างพระมหานาคชินะ เพื่อเป็นพระราชานุสรณ์
ทั้งนี้ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นที่ประทับของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประมุขสงฆ์สูงสุดของประเทศไทย
ในอดีต วัดบวรนิเวศวิหาร ยังเป็นที่พำนักของพระภิกษุนาคหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายรูป และยังเป็นสถานที่พำนักระหว่างพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงพระผนวช รวมทั้งเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ อาทิ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งทรงพระผนวช
อีกด้วย
นอก จากนี้ วัดบวรฯ ยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนมัธยมวัดบวรฯ และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ที่เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งพระปริยัติธรรมและปฏิบัติ
รวม ทั้งเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะชั้นยอดที่น่าสนใจอย่างสูง
วัดแห่งนี้ ได้รับการทะนุบำรุง และสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นจนเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง โดยเฉพาะในสมัยปลายรัชกาลที่ 3
ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าฟ้ามงกุฎ ซึ่งผนวชเป็นพระภิกษุ อยู่วัดสมอรายหรือวัดราชาธิวาส เสด็จมาครอง เมื่อพ.ศ.2375 ทำให้วัดนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ และเสริมสร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมากมาย
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชาคณะเสด็จประทับที่วัดแห่งนี้ ทรงบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เพิ่มเติมขึ้นหลายอย่าง
พร้อม ทั้งได้รับพระราชทานตำหนักจากรัชกาลที่ 3 ด้วย ในสมัยต่อมาวัดนี้ เป็นวัดที่ประทับของพระมหากษัตริย์ เมื่อทรงพระผนวชหลายพระองค์ เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทำให้วัดนี้ได้รับการทำนุบำรุงให้คงสภาพดีอยู่เสมอ
ใน ปัจจุบันนี้ ศิลปกรรมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ หลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในสภาพดีพอที่จะชมและศึกษาได้ เป็นจำนวนไม่น้อย
เดินเข้าไปในวัด เริ่มต้นจากพระอุโบสถ ที่มีความงดงาม ด้านหน้าวิหารเป็นมุข มีเสาเหลี่ยมมีพาไลรอบซุ้มประตู หน้าต่าง และหน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้น
พระ อุโบสถหลังนี้ได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยโปรดฯ ให้มุงกระ เบื้องเคลือบลูกฟูก ประดับลายหน้าบันด้วยกระเบื้องเคลือบสี และโปรดฯ ให้ขรัว
อินโข่งเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ ส่วนภายนอกได้รับการบูรณะ บุผนังด้วยหินอ่อนทั้งหมด
เมื่อเดินเข้า ไปภายในพระอุโบสถ และมองไปรอบข้าง เป็นผนังหินอ่อนสีขาวตัดกับสีทองของประตูและหน้าต่าง ตรงกลางเป็นพระประธานในพระอุโบสถ คือพระ พุทธชินสีห์สันนิษฐานว่าสร้างสมัยพระยาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย พร้อมกับพระพุทธชินราชที่พิษณุโลกและพระศรีศาสดา
พระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างทรงพระผนวช ได้โปรดฯให้อัญเชิญพระศรีศาสดาและพระพุทธชินสีห์มา
ประดิษฐสถานที่ วัดบวรนิเวศวิหารจนถึงปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑ์ ภปร. วัดบวรนิเวศราชวิหาร เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่ง คือ พระมหานาคชินะ
"พระมหานาคชินะ" เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก วัสดุโลหะปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 12 เซนติเมตร องค์พระสูง 22 เซนติเมตร จากฐานถึงเศียรนาคสูง 30 เซนติเมตร เฉพาะฐานสูง 7.5 เซนติเมตร มีพุทธลักษณะพิเศษสามารถแยกได้ 3 ส่วน คือ องค์พระปฏิมาฐานกลีบบัว และนาคปรก ขณะเดียวกัน ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม จารึกประวัติการสร้างที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระผนวช เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อปีพุทธศักราช 2447 โปรดฯ ให้สร้างพระมหานาคชินะ เพื่อเป็นพระราชานุสรณ์
นึกถึง พระเครื่อง นึกถึง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
081-644-5065
พระเครื่อง ตะกรุด พระขุนแผน วัตถุมงคล เครื่องราง พระกริ่ง กุมารทอง กรมหลวงชุมพร
บทความพระเครื่อง เจดีย์แดง ตลาด พระเครื่อง รัชกาลที่ 9 และอีกมากมายที่


