วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2553

หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เทพเจ้าของชาวภูเก็ต



 
หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เทพเจ้าของชาวภูเก็ต

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เทพเจ้าของชาวภูเก็ต


"พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี" หรือ  หลวงพ่อแช่ม พระเกจิชื่อดังแห่งวัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) อ.เมือง จ.ภูเก็ต ที่ชาวเมืองภูเก็ตให้ความเลื่อมใสศรัทธายิ่งจนถึงขนาดมีคำขวัญประจำ เมืองภูเก็ต ว่า  ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม

อัตโนประวัติ หลวงพ่อแช่ม เกิดที่ต.บ่อแสน อ.ทับปุด จ.พังงา เมื่อปีกุน พุทธศักราช 2370 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ส่วนชื่อโยมบิดา-มารดา ไม่ปรากฏในประวัติ

ต่อมาครอบครัวอพยพหนีภัย พม่า มาตั้งถิ่นฐานที่บ้านฉลอง จ.ภูเก็ต พ่อแม่ส่งท่านไปเป็นลูกศิษย์วัดฉลอง ขณะนั้นมี พ่อท่านเฒ่า เป็นเจ้าอาวาสวัดฉลอง

พอท่านเจริญวัยพอสมควร โยมบิดา-มารดา ให้ท่านได้บวชเป็นสามเณร และเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบทที่วัดฉลอง มีพ่อท่านเฒ่า เป็นพระอุปัชฌาย์

หลังอุปสมบท ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดฉลอง ศึกษาเล่าเรียนวิชาต่างๆ จากพ่อท่านเฒ่า จนมีความเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีสมาธิจิตสูง รวมทั้งได้ศึกษาวิชาคาถาอาคมต่างๆ วิชาแพทย์แผนโบราณ


หลวงพ่อแช่มเป็นผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านโดยทั่วไป



http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เทพเจ้าของชาวภูเก็ต

พ.ศ.2393 พ่อท่านเฒ่าได้มรณภาพ หลวงพ่อแช่มได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน นับว่าเป็นเจ้าอาวาสที่มีอายุน้อยมาก เพียง 23 ปีเท่านั้น

ชื่อเสียงของหลวงพ่อแช่มปรากฏชัดเจน เมื่อคราวที่หลวงพ่อแช่ม เป็นหัวหน้าปราบอั้งยี่ ในปี พ.ศ.2419 เมื่อคนจีนก่อความไม่สงบ ออกไปปล้น ชาวบ้านที่เป็นลูกศิษย์ท่านจึงไปช่วยพาหลวงพ่อแช่ม หนีไปด้วย

ท่านตอบว่า "ข้าอยู่ในวัดนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จนอายุป่านนี้แล้ว ทั้งเป็นสมภารเจ้าวัดอยู่ด้วย จะทิ้งวัดเสียอย่างไรได้ พวกสูจะหนีก็หนีเถิด แต่ข้าไม่ไปล่ะ จะต้องตายอยู่ในวัด อย่าเป็นห่วงข้าเลย"

ชาวบ้าน เห็นว่า ท่านไม่ยอมทิ้งวัดไป จึงพูดกับท่านว่า "ถ้าขรัวพ่อไม่ไป พวกผมก็อยู่เป็นเพื่อน แต่ขออะไรพอคุ้มตัวสักอย่าง"

หลวงพ่อแช่ม จึงนำผ้าขาวม้าลงยันต์ ทำเป็นผ้าประเจียด แจกให้ชาวบ้านคนละผืน ออกไปสู้รบกับพวกจีนอั้งยี่ ในที่สุดจีนอั้งยี่พวกนั้นล้มตาย แตกหนีกระจัดกระจายไปหมด

นับแต่นั้นมา พวกจีนอั้งยี่ก็ไม่กล้าไปปล้นที่บ้านฉลองอีก ชาวเมืองภูเก็ตเริ่มนับถือท่านว่า เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ในทางวิทยาคมอย่างผู้วิเศษ

คณะกรรมการเมือง ภูเก็ต ได้ทำรายงานกราบทูลไปยังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะกรรมการเมืองนิมนต์หลวงพ่อแช่ม ให้เดินทางไปยังกรุงเทพฯ มีพระราชประสงค์จะปฏิสันถารกับหลวงพ่อแช่มด้วยพระองค์เอง

หลวงพ่อแช่มและคณะเดินทางถึงกรุงเทพ มหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี ให้มีตำแหน่งเป็นสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต อันเป็นตำแหน่งสูงสุด ซึ่งบรรพชิตจักพึงมีในสมัยนั้น

ในโอกาสเดียวกันทรงได้พระราชทานนามวัดฉลอง เป็นวัดไชยาธาราราม

ครั้งหนึ่ง พวกชาวเรือออกไปหาปลาในทะเล ถูกคลื่นพายุกระหน่ำจนเรือจวนล่มต่างก็บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้คลื่นลมสงบ แต่คลื่นลมกลับรุนแรงขึ้น ชาวบ้านคนหนึ่งนึกถึงหลวงพ่อแช่มได้ ก็บนหลวงพ่อแช่มว่า "ขอให้หลวงพ่อแช่มบันดาลให้คลื่นลมสงบเถิด รอดตายกลับถึงบ้านจะติดทองที่ตัวหลวงพ่อแช่ม" เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่คลื่นลมสงบโดยพลัน ครั้นกลับถึงบ้าน ชาวเรือกลุ่มนั้น เตรียมทองคำเปลวไปหาหลวงพ่อแช่มเล่าให้หลวงพ่อแช่มทราบและขอปิดทองที่ตัวท่าน

หลวงพ่อแช่มบอกว่าท่านยังมีชีวิตอยู่จะปิดทองยังไง ให้ไปปิดทองที่พระพุทธรูป

ชาวบ้านกลุ่มนั้น บอกว่าถ้าหากหลวงพ่อไม่ให้ปิด จะทำให้เกิดอาเพศอีก ในที่สุดหลวงพ่อแช่มจำต้องยอมให้ชาวบ้านปิดทองที่ตัวท่าน โดยให้ปิดที่แขนและเท้า ชาวบ้านอื่นๆ ก็บนตามอย่างด้วยเป็นอันมาก จนถือเป็นธรรมเนียม

นับเป็นพระภิกษุรูปแรกของเมืองไทยที่ได้รับการ ปิดทองแก้บน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่

หลวงพ่อแช่ม มรณภาพเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2451 สิริอายุ 81 ปี พรรษา 61

แม้หลวงพ่อแช่ม จะละสังขารไปแล้ว แต่ความเลื่อมใสศรัทธาในคุณงามความดีของท่าน ยังคงมีอยู่อย่างมั่นคงในจิตใจของชาวเมืองภูเก็ตสืบไป



ที่มา คอลัมน์ อริยะโลกที่6