วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

ยิ่งฉลาดมากยิ่งเอาเปรียบมาก ท่านพุทธทาส



ยิ่งฉลาดมากยิ่งเอาเปรียบมาก


คอลัมน์ คำพระ

พุทธทาสภิกขุ


พระเครื่อง ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พุทธทาสภิกขุ


ยิ่งมีการศึกษายิ่งเห็นแก่ตัวลึก ยิ่งเอาเปรียบลึก เพราะว่าการศึกษาในโลกปัจจุบันนี่ มีแต่สอนให้ฉลาดๆ ทั้งนั้น แต่ไม่ได้สอนให้ควบคุมความฉลาดเลย นี่อันตรายมาก"



สานต่อพัฒนาโครงการ 1ไร่คุณธรรม




สานต่อพัฒนาโครงการ1ไร่คุณธรรม


สานต่อพัฒนาโครงการ 1ไร่คุณธรรม

ข่าวพระเครื่อง น.ส.นราทิพย์ พุ่มทรัพย์ ผอ.ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์คุณธรรมได้ฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนตามวิถีทางแห่งความพอเพียง ให้แก่แกนนำท้องถิ่นจาก อ.สะเมิง แม่แตง กัลยาณิวัฒนา และคณะทำงานศูนย์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียง วัดพระธาตุดอยผาส้ม จ.เชียงใหม่ จำนวน 55 คน ณ ศูนย์การเรียนรู้ด้านคุณธรรมสู่เศรษฐกิจพอเพียง จ.กาญจนบุรี เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเป็น ผู้นำขับเคลื่อนกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ชุมชนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในการจัดฝึกอบรมครั้งนี้ ได้เน้นกิจกรรมฝันให้ไกลไปให้ถึง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผู้เข้ารับการอบรมจะนำความรู้ที่ได้จากการอบรมกลับไป พัฒนาชุมชน

โดยได้ข้อสรุปว่า จะกลับไปสานต่อโครงการ 1 ไร่คุณธรรม ทำธนาคารพันธุ์พืชพื้นบ้าน ทำโครงการเพื่อสุขภาพของคนในชุมชน และนำความรู้ที่ได้ไปขยายผลต่อให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมโครงการต้นกล้า คุณธรรมนำวิถีพอเพียง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมในชุมชนต่อไป

"หลังจากการอบรมครั้งนี้แล้ว ในเดือนมีนาคม 2553 ศูนย์คุณธรรมจะขยายการให้ความรู้หลักสูตรพัฒนาศักยภาพของผู้นำขับเคลื่อน เศรษฐกิจชุมชนตามวิถีทางแห่งความพอเพียง โดยใช้โครงการ 1 ไร่คุณธรรม เป็นกิจกรรมหลัก ให้แก่ครอบครัวเกษตรกรในอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งเป้าหมาย 150 ครอบครัว เรียนรู้การทำการเกษตรแบบมีคุณธรรม เช่น ลดการใช้สารเคมี ลดหนี้สินใช้ชีวิตพอเพียง กินในสิ่งที่ปลูก เป็นต้น เพื่อให้เป็นต้นแบบครอบครัวใช้ชีวิตพอเพียงขยายผลไปสู่ชุมชนในอนาคต" ผอ.ศูนย์คุณธรรม กล่าว



องค์ธรรมอุโบสถศีล


 
องค์ธรรมอุโบสถศีล

พระ
  องค์ธรรมอุโบสถศีล


ข่าวพระเครื่อง  คำว่า "กิเลส" มักเกิดขึ้นง่ายในใจคนทุกคน เพราะปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุอยู่เป็นจำนวนมาก การดับกิเลสทางหนึ่งก็ต้องอาศัย "องค์ธรรมของอุโบสถศีล" เข้ามาระงับ องค์ธรรมของอุโบสถศีลในที่นี้หมายถึงสิกขาบทหนึ่งๆ ซึ่งเป็นข้อกำหนดให้ศึกษาฝึกฝนปฏิบัติรักษาโดยเจตนาละเว้นจากข้อห้ามแต่ละ ข้อของศีล

อุโบสถศีลประกอบด้วยองค์ธรรม 8 สิกขาบท เรียกว่า อัฏฐังคิกอุโบสถ จำแนกตามคำสมาทาน ดังนี้

1.ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ "ข้าพเจ้าขอสมา ทานสิกขาบท คือ เจตนางดเว้นจากการผลาญชีวิตสัตว์ให้ตกตายไป"

2.อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ "ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนางดเว้นจากการถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้"

3.อะพรหมจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ "ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนางดเว้นจากการประพฤติผิดพรหมจรรย์"

4.มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ "ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนางดเว้นจากการพูดเท็จ"

5.สุรา เมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ "ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนางดเว้นจากน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท"

6.วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ "ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนางดเว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล"

7.นัจ จะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระ ณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ "ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนางดเว้นจากการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมเครื่องดนตรีต่างๆ และดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล ตลอดถึงการลูบทา ทัดทรง ประดับตกแต่งร่างกายด้วยดอกไม้และของหอมเครื่องบำรุงผิวอันเป็นที่ตั้งแห่ง ความกำหนัด"

8.อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ "ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เจตนางดเว้นจากการนั่งนอนบนที่นอนอันสูงใหญ่"

หรือสรุปเป็นคำคล้องจองเพื่อให้กำหนดจดจำง่ายๆ ดังนี้

"เว้น การฆ่า ไม่กล้าโจรกรรม ไม่ทำกามกิจ ไม่ผิดวาจา ไม่หาเหล้าดื่ม ไม่ลืมเวลาอาหาร ไม่ต้องการสิ่งบันเทิงเกินจำเป็น ไม่เน้นนอนหรูหรา" ในองค์อุโบสถทั้ง 8 สิกขาบทนั้น ถ้าทำพร้อมด้วยเจตนาจึงจะขาดจากองค์ศีล ถ้าไม่พร้อมด้วยเจตนา ก็ไม่ขาด การที่ศีลอุโบสถแต่ละสิกขาบทจะขาดนั้น ท่านกำหนดเจตนาในการล่วงละเมิดไว้ 2 ทาง คือ ทางกายและทางวาจา

ใน สิกขาบทที่ 1 และที่ 2 จะทำเองก็ตาม จะใช้ให้เขาทำก็ตาม ย่อมขาดจากองค์ศีลทั้งนั้น ตั้งแต่สิกขาบทที่ 3 ไปจนถึงสิกขาบทที่ 8 ทำเอง จึงจะขาดจากองค์ศีล ถ้าใช้ให้คนอื่นทำ ไม่ขาด

อุบาสกอุบาสิกาผู้มี ความสำรวมระวัง ไม่ล่วงองค์อุโบสถศีลทั้ง 8 สิกขาบท เรียกว่า ผู้มีศีลหรือผู้รักษาอุโบสถศีล ซึ่งเป็นเครื่องทำกายกับวาจาให้บริสุทธิ์

เป็นอุบายที่จะกำจัดกิเลสส่วนหยาบที่แสดงออกทางกายและวาจาให้หมดไป

ที่มา คอลัมน์ ศาลาวัด นสพ.ข่าวสด



วัดลครทำ กรุงเทพฯ


วัดลครทำ กรุงเทพฯ

คอลัมน์ ผู้ตรวจการวัด



http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
วัดลครทำ กรุงเทพฯ


 วัดลครทำ  ตั้งอยู่เลขที่ 156 ถนนอิสรภาพ 41 แขวงบ้านช่างหล่อ เขต 1 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

เป็น วัดเก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2394 ในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยมี นายบุญยัง นายโรงคณะละครนอกเป็นผู้สร้าง ชาวบ้านเรียกกันว่า นายบุญยัง ละครนอก เหตุที่เรียกกันอย่างนี้ เนื่องจากในยุคเริ่มก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ มีละครอยู่สองคณะชื่อดัง คือ ละครในของเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี และละครนอกของนายบุญยัง

นาย บุญยังมีฐานะดีมาก อันเนื่องมาจากเป็นนายละคร และเป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สร้างวัดขึ้นในบริเวณนี้ ชาวบ้านได้ช่วยกันตั้งชื่อว่า วัดลครทำ ตั้งแต่นั้นมา


http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
วัดลครทำ กรุงเทพฯ

วัดลครทำได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลัง เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2513 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 60 เมตร ได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2513 ในพิธีดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน เสด็จพระราชดำเนินทรงตัดลูกนิมิต

วัดลครทำ มีพื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม อยู่ใกล้สี่แยกพรานนก มีถนนอิสรภาพผ่านหน้าวัดทางทิศตะวันตก การคมนาคมสะดวก สภาพสิ่งแวดล้อมมีอาคารบ้านเรือน อาคารพาณิชย์ และตลาดสด

บรรยากาศ ภายในวัดลครทำ ถึงแม้จะไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวาง แต่บริเวณรอบวัดโดยรวม มีต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกภายในวัดอยู่หลายต้นด้วยกัน สร้างความร่มรื่นเย็นสบายเป็นอันมาก ภายในวัดเป็นที่ตั้งโรงเรียนวัดนาคกลางอีกด้วย

วัดลครทำ ตั้งอยู่ในชุมชนติดกับตลาดสด เขตบางกอกน้อย จะมีความคึกคักในตอนเช้าถึงเย็น ช่วงที่มีคนเดินทางมาจับจ่ายซื้อของ แต่พอพ้นช่วงระยะเวลาดังกล่าว วัดลครทำก็จะเงียบสงบเช่นเดิม

และ ถึงจะมีพ่อค้า-แม่ค้ามาวางขายของหน้าวัดลครทำบ้าง แต่ก็ไม่ได้สร้างความสกปรกเสียหายภายในวัดแต่อย่างใด ส่วนเจดีย์นั้น แต่เดิมได้มีเจดีย์นอน 2 องค์ หันเข้าหากันไปทางทิศเหนือและใต้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม ได้มาสร้างไว้ ปัจจุบันหมดสภาพไปแล้ว

บริเวณด้านในวัด เป็นที่ตั้งของกุฏิและเสนาสนะต่างๆ มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย แสดงให้เห็นถึงการจัด ระบบการทำความสะอาดเป็นอย่างดี

แต่ด้วยความที่ วัดลครทำ ตั้งในชุมชน จึงมีคนนิยมนำรถมาจอดไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้ตามซอกมุมของวัดบางแห่ง มีเศษกระดาษและถุงพลาสติก ตกกองอยู่ แม้จะมีจำนวนไม่มาก

ถ้าปล่อยไว้นานวัน คงดูไม่จืดแน่

ที่มา นสพ.ข่าวสด




แจกทุนการศึกษาพระสังฆาธิการ



แจกทุนการศึกษาพระสังฆาธิการ
http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
แจกทุนการศึกษาสงเคราะห์ของพระสังฆาธิการ


นาง จุฬารัตน์ บุณยากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ด้วยมีมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 1/2553 มติที่ 14/2553 เรื่องการแจกทุนการศึกษาสงเคราะห์ของพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ประจำปี 2553 โดยในการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งที่ 1/2553 ตนในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม เสนอที่ประชุมว่า สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้มีลิขิตที่ จญ.ก.3/2553 ลงวันที่ 6 มกราคม 2553 แจ้งว่า พระสังฆาธิการทุกระดับตามวัดต่างๆ ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ได้ดำเนินการแจกทุนการศึกษาสงเคราะห์ ตามประกาศของมหาเถรสมาคมและข้อบัญญัติ ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2527 ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปีการศึกษา พ.ศ.2552 ได้แจกทุนการศึกษาสงเคราะห์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ระดับต่างๆ ดังนี้ ชั้นประถมศึกษา จำนวน 84,310 ทุน เป็นเงินจำนวน 46,431,587 บาท ชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 20,130 ทุน เป็นเงินจำนวน 20,671,866 บาท ชั้นอุดมศึกษา จำนวน 2,956 ทุน เป็นเงินจำนวน 13,126,387 บาท รวมทั้งสิ้น 107,396 ทุน เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 80,229,840 บาท


สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)

ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เห็นสมควรนำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดทราบ ซึ่งที่ประชุมรับทราบ และขออนุโมทนา พร้อมทั้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทราบ และให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงเผยแพร่ในวารสารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และแถลงการณ์คณะสงฆ์ ซึ่งสำนักพุทธฯ สนองงานในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว


นครพนมจัด บวชเณร อบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน 8-10 มี.ค.2553


นครพนมจัด บวชเณร อบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน 8-10 มี.ค.2553

พระเครื่อง ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
นครพนมจัด บวชเณร อบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน 8-10 มี.ค.2553


ข่าวพระเครื่อง  พระครูปริยัติโพธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองนครพนม และเจ้าอาวาสวัดน้อยโพธิ์คำ อ.เมือง จ.นครพนม เปิดเผยว่า ด้วยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ร่วมกับสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครพนม แห่งที่ 3 ทางวัดได้จัดโครงการอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2553 ในระหว่างวันที่ 8-10 มี.ค.2553 ดังนั้น วัดน้อยโพธิ์คำ ได้ทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่ อ.เมืองนครพนม เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยจัดหานักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 ถึงชั้นประถมปีที่ 6 ในชุมชนและหมู่บ้านของท่าน เข้าร่วมบรรพชาสามเณรในโครงการดังกล่าว จำนวนแห่งละ 20 คน จะน้อยหรือมากกว่าที่กำหนดก็ได้ แต่ขอแจ้งแล้วนำส่งรายชื่อเยาวชนภายในวันที่ 7 มี.ค.2553 ซึ่งตามโครงการจะนำเยาวชนเข้าบรรพชาสามเณรจำนวน 300 รูป เพื่อขัดเกลาจิตใจให้เด็กในวัยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากปัญหาติดเกม ยาเสพติด ยกพวกตีกัน และขาดระเบียบวินัย ได้มาอยู่รวมกันอบรมจริยธรรม ฝึกปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เพื่อเป็นเยาวชนที่ดีในสังคมต่อไป


วัดป่าพุทธคยา สถานที่สำคัญของชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องไปเยือน


วัดป่าพุทธคยา สถานที่สำคัญของชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องไปเยือน


พุทธคยา ชาวพุทธทุกคนล้วนรู้จักกันดีอยู่แล้ว เนื่องเพราะเป็นพุทธสถานสำคัญในอำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย มีความสำคัญคือเป็น 1 ใน 4 แห่งของชาวพุทธ เป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถานของชาวพุทธทั่วโลก

ปัจจุบันบริเวณพุทธศาสนสถานอันเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เป็นที่ประดิษฐานถาวรวัตถุเก่าแก่ เจดีย์พุทธคยา ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำเนรัญชรา ไกลจากฝั่งแม่น้ำประมาณ 350 เมตร (นับจากพระแท่นวัชรอาสน์) พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ โดยสูงถึง 51 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 121.29 เมตร ล้อมรอบด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ เช่น ต้นพระศรีมหาโพธิ พระแท่นวัชรอาสน์ ที่ประทับตรัสรู้ และอนิมิสสเจดีย์ เป็นต้น ซึ่งนอกจากพุทธสถานโบราณแล้ว บริเวณโดยรอบพุทธคยายังเป็นที่ตั้งของวัดพุทธนานาชาติ รวมทั้งวัดไทยคือ  วัดไทยพุทธคยา



http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
วัดป่าพุทธคยา สถานที่สำคัญของชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องไปเยือน


พระครูพุทธบาล หรือที่ชาวบ้านเรียกท่านว่า "หลวงพ่อจิ๋ว หรือพระอาจารย์พนมศักดิ์ พุทธญาโณ" ประธานสมาคมพุทธไทย-ภารตะ เปิดเผยว่า วัดป่าพุทธคยา เริ่มต้นด้วยการจดทะเบียนวัด โดย พระครูวชิรกิจโสภณ หรือ พระมหาสุรกิจ โชติญาโณ ตั้งเป็นสมาคมพุทธไทย-ภารตะ โดยวัดป่าพุทธคยาไม่สามารถดำเนินการซื้อที่ดินได้ และเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2537 ซึ่งขณะนั้นตนจำวัดอยู่ที่วัดถ้ำหัวน้ำ แม่ฮ่องสอน นิมิตถึงต้นศรีมหาโพธิ เห็นพระรูปหนึ่งพนมมือที่ใต้ต้นศรีมหาโพธิ น้ำตาไหลบอกว่าอยากสร้างวัดในสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ถวายพุทธบูชา ไม่มีบุญที่จะทำได้ ขอผู้มีบุญได้ทำต่อ ภาพที่เห็นในนิมิตคือหลวงพ่อสุรกิจนั่นเอง

"พออาตมาสะดุ้งตื่นจาก นั้นได้ไปคุยกับโยมที่เคารพศรัทธา บอกหลวงพ่ออยากไปอินเดีย โดยครานั้น มีญาติโยมร่วมสนับสนุนมากมาย และได้ไปถึงประเทศอินเดีย ซื้อที่ โอนที่ และมีคดีความกับแขก ต่อสู้กันเป็นเวลานาน แขกไม่ยอมโอนให้ มีคดีกับศาลอยู่นานถึง 7-8 ปี สู้จนชนะคดี และได้ลงมือสร้าง มีอุปสรรคมากมายต้องต่อสู้กันในมรดกโลก เจ้าของที่ดิน เพราะที่ดินบางแปลงยังไม่ได้โอน


http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

วัดป่าพุทธคยา สถานที่สำคัญของชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องไปเยือน


ในที่สุดเขาอนุญาตให้สร้างต่อ อาตมาก็ทำมาเรื่อยๆ จนวัดเกือบสมบูรณ์แล้ว ล่าสุด "หลวงพี่น้ำฝน" เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ได้เดินทางมากับท่านเจ้าคุณธรรมกิตติเมธี โดยผุดไอเดียสร้างวัตถุมงคลพระพุทธเมตตา รวบรวมมวลสารดอกไม้จากพระนานาชาติทั่วโลกที่มาสวดปลุกเสกที่นั้น มีดอกดาวเรือง ดอกมะลิ และดอกไม้สารพัดดอกนำมารวมกันสร้างขึ้นเป็นวัตถุมงคล โดยนำปัจจัยมารังสรรค์สร้างถาวรวัตถุให้แล้วเสร็จต่อไป"

สำหรับชาวพุทธ  พุทธคยา  นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลก ที่ต้องการมาสักการะสังเวชนียสถานสำคัญ 1 ใน 4 แห่งของพระพุทธศาสนา โดยในปี พ.ศ.2545 วัดมหาโพธิ (พุทธคยา) สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม ขององค์การยูเนสโก


http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระอาจารย์พนมศักดิ์ พุทธญาโณ
 

พุทธคยาในสมัยพุทธกาล หลังจากการตรัสรู้และเสวยวิมุตติสุขของพระพุทธองค์แล้ว ไม่ปรากฏหลักฐานว่าพระพุทธองค์ได้เสด็จมา ณ ที่แห่งนี้แต่อย่างใด มีกล่าวถึงในอรรถกถาแต่เมื่อคราวพระอานนท์ ได้มา ณ พุทธคยา เพื่อนำเมล็ดพันธุ์ต้นพระศรีมหาโพธิที่เจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้กลับไปปลูก ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ตามความต้องการของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ซึ่งปรารถนาให้มีสิ่งเตือนใจเมื่อพระ พุทธเจ้าเสด็จไปประทับที่อื่น ต่อมาต้นโพธิ์ต้นที่อยู่ ณ วัดพระเชตวันจึงได้ชื่อว่าอานันทโพธิ์ และยังคงยืนต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้คือความเป็นมาของพุทธคยา และความเป็นไปของวัดป่าพุทธคยา ที่อนาคตข้างหน้าจะเป็นสถานที่สำคัญของชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องไปเยือน


พระเครื่อง หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก



พระเครื่อง หลวงพ่อพริ้ง  วัดบางปะกอก

http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระเครื่อง หลวงพ่อพริ้ง  วัดบางปะกอก

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันถึงพระครูวิสุทธิ์ศีลาจารย์ (พริ้ง) วัดบางปะกอกกันนะครับ หลวงพ่อพริ้งท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าองค์หนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มาก แม้แต่ พล.ร.อ. กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ท่านยังเคารพนับถือหลวงพ่อพริ้งมาก ถึงกับให้พระโอรสมาบวชเป็นสามเณรถึง 3 องค์ เนื่องจากหลวงพ่อพริ้งท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในทางปฏิบัติ และเข้มขลังในพุทธาคมมากนั่นเอง ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวบ้านต่างก็จะมาหลบภัยอยู่ที่วัดของหลวงพ่อเป็นจำนวนมากจนแน่นขนัดไปหมด

หลวงพ่อพริ้งท่านเกิดที่กทม. เมื่อปี พ.ศ. 2413 โยมบิดาชื่อเอี่ยม โยมมารดาชื่อ สุ่น ท่านเริ่มบวชเป็นสามเณรที่วัดพลับ จนกระทั่งได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดพลับ ในปี พ.ศ. 2433 หลวงพ่อพริ้งท่านศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน และวิทยาคมมาตั้งแต่สมัยยังเป็นสามเณร สำนักใดมีชื่อเสียงในขณะนั้นท่านก็จะไปศึกษา และออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ และเมื่อพบกับพระเกจิอาจารย์ดังๆ ท่านก็จะฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาต่างๆ จนปฏิบัติได้จริง แล้วท่านก็ออกธุดงค์ไปเรื่อยๆ

หลวงพ่อพริ้งท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมาและไม่ว่าจะมีพิธีสำคัญๆ ที่ใดก็ตามจะต้องมีการนิมนต์หลวงพ่อพริ้งอยู่ด้วยเสมอ เช่นพิธีพุทธาภิเษกเหรียญหลวงพ่อมงคลบพิตร ปีพ.ศ. 2485 หรืองานหล่อพระรูปของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ที่วัดราชบพิธ หลวงพ่อก็จะได้รับนิมนต์ด้วย

หลวงพ่อพริ้งท่านยึดถือสมถวิปัสสนากรรมฐานเป็นกิจวัตร จนมีญาณสมบัติสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ได้ล่วงหน้าจนเป็นที่ประจักษ์แก่ลูกศิษย์ลูกหา ชาวบ้านเคารพนับถือหลวงพ่อมาก หลวงพ่อพริ้งท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลายอย่าง เช่น ตะกรุด ลูกอมเนื้อผง และพระเครื่องเนื้อผงสีเทาๆ ไว้หลายพิมพ์ ทุกพิมพ์ได้รับความนิยมเช่าหาทั้งสิ้น สำหรับเหรียญรุ่นแรกของท่านนั้น คณะศิษย์ได้ขออนุญาตหลวงพ่อพริ้งจัดสร้างในปี พ.ศ. 2483 เพื่อไว้แจกแก่ศิษย์ไว้คุ้มกันภัย ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อพริ้ง ด้านหลังเป็นรูปพระพุทธ เหรียญรุ่นนี้ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีประสบการณ์ต่างๆ มากในคราวสงครามอินโดจีน

หลวงพ่อพริ้ง ท่านมรณภาพในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2490 สิริอายุได้ 78 ปี พรรษาที่ 56 แม้ว่าในปัจจุบันนี้หลวงพ่อพริ้งท่านได้มรณภาพไปแล้วเป็นเวลาหลายปีก็ตาม ก็ยังมีผู้คนไปกราบไหว้รูปเหมือนของท่าน ที่วัดบางปะกอกเป็นประจำมิได้ขาด ไปขอพร ขอน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์บ้าง และก็น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่ไปกราบไหว้ขอพรต่างๆ ล้วนประสบผลสำเร็จแทบทุกคน

ในวันนี้ผมก็ ได้นำรูปพระสมเด็จของหลวงพ่อพริ้งและพระเนื้อผงพิมพ์พระคงของหลวงพ่อพริ้งมา ให้ชมกัน ซึ่งสนนราคาพระเนื้อผงของหลวงพ่อพริ้งนั้นมีราคาถูกกว่าเหรียญของท่าน และค่อนข้างหาง่ายกว่า ซึ่งนับว่ายังพอหาเช่าบูชาได้ครับ

ที่มา แทน ท่าพระจันทร์


 

เหรียญหลวงปู่สอน วัดหนองเหล็ก จ.มหาสารคาม


หลวงปู่สอน วัดหนองเหล็ก จ.มหาสารคาม


http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
หลวงปู่สอน วัดหนองเหล็ก จ.มหาสารคาม 

 "หลวงปู่สอน สุนทโร" หรือ "พระสุนทรธรรมภาณี" อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองเหล็ก และอดีตเจ้าคณะอำเภอโกสุม พิสัย จ.มหาสารคาม เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองมหาสารคาม สืบสายธรรมจากหลวงปู่ศรีธรรมศาสน์ วัดใต้โก สุม บูรพาจารย์รุ่นเก่ารูปหนึ่งแห่งภาคอีสาน

หลวงปู่สอน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2463 ณ บ้านหนองเหล็ก อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เมื่ออายุครบบวช ได้เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นคร ราชสีมา จากนั้น ได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ศรีธรรมศาสน์ วัดใต้โกสุม อ.โกสุมพิสัย จ.มหา สารคาม เพื่อศึกษาวิทยาคม

หลวงปู่สอน มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2546 สิริอายุ 83 พรรษา 62 สำหรับวัตถุมงคลของหลวงปู่สอน ล้วนแต่เป็นสุดยอดปรารถนาของบรรดาคณะศิษยานุศิษย์และนักสะสมนิยมพระเครื่อง คือเหรียญกลมรูปเหมือนหลวงปู่สอน รุ่นแรก สร้างปี 2528

เหรียญรุ่นนี้ วัดหนองเหล็ก จัดสร้างขึ้นเมื่อครั้งที่หลวงปู่สอน อายุครบ 65 ปี เพื่อแจกศิษย์ รวมทั้งแจกให้กับพุทธศาสนิกชนที่นำกฐินและผ้าป่ามาทอดถวายที่วัด สมทบทุนสร้างสาธารณูปโภคสาธารณูปการ  เป็นเหรียญกลมเนื้อทองแดงรมดำ จำนวนการสร้างประมาณ 5,000 เหรียญ

ด้าน หน้าเหรียญยกขอบ มีจุดไข่ปลารอบเหรียญด้านในขอบเหรียญ ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงปู่สอนครึ่งองค์ ด้านล่างมีตัวหนังสือ เขียนคำว่า "หลวงพ่อพระครูพิศิษฏ์ ธรรมาจารย์" ซึ่งเป็นสมณศักดิ์ขณะนั้น ต่อมาท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสุนทรธรรมภาณี

ด้านหลังเหรียญ ยกขอบใต้ห่วงเหรียญ เขียนคำว่า วัดบ้านหนองเหล็ก เริ่มจากด้านซ้ายลงไปด้านล่างวนขึ้นไปทางด้านขวาของเหรียญ เขียนคำว่า "ต.หนองเหล็ก อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม" ตรงกลางเหรียญเป็นยันต์อักขระเมตตามหานิยม แคล้ว คลาดปลอดภัย ฯลฯ และมีตัวเลข "๒๕๒๘" เป็นปีพุทธศักราชที่จัดสร้าง

พระเครื่องรุ่นดัง กล่าว หลวงปู่สอนได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกเดี่ยว ภายในอุโบสถตลอดพรรษา ด้วยความที่หลวงปู่สอนมีพลังจิตแก่กล้า เจตนาการจัดสร้างที่บริสุทธิ์พุทธคุณจึงโดดเด่นรอบด้าน ด้วยเพราะวิทยาคมสายหลวงปู่ศรีธรรมศาสน์ จึงการันตีได้ในความเข้มขลัง

ร่ำลือกันว่าพุทธศาสนิกชนผู้ที่ห้อยพระเครื่องหลวงปู่รุ่นนี้ ล้วนแต่มีประสบการณ์อัศจรรย์มากมาย จัดเป็นเหรียญยอดนิยมอีกเหรียญหนึ่งของอำเภอโกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

ผู้ที่นิยมเก็บสะสมบูชาวัตถุมงคล ควรหามาไว้ในครอบครอง ด้วยเป็นเหรียญที่ราคาเช่าหายังไม่สูงเท่าใดนัก เหรียญสวยอยู่หลักร้อยปลาย สวยน้อยราคาอยู่หลักร้อยกลาง