วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2553

หลักการอ่านคำภาษาบาลี

 
หลักการอ่านคำภาษาบาลี
http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

หลักการอ่านคำภาษาบาลี


หากใครเคยดูข่าวภาคค่ำทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ ก่อนจบข่าวพิธีกรจะนำคำสอนพุทธศาสนสุภาษิต ซึ่งเป็นภาษาบาลีมานำเสนอพร้อมคำแปล ถึงจะเป็นคำเพียงสั้นๆ แต่ก็มีความหมายลึกซึ้ง สามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้

ความจริงแล้ว การอ่านภาษาบาลีนั้น หากพุทธศาสนิกชนตั้งใจหรือสนใจศรัทธาที่จะอ่านให้ได้จริงๆ นั้นง่ายนิดเดียว

ด้วยภาษาบาลีนั้นไม่มีอักษรเขียนเป็นการเฉพาะของตนเอง เหมือนภาษาอื่นๆ เช่น ภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยของเรา มีแต่เสียงสื่อความหมายเท่านั้น

เมื่อคนชาติใดนำไปจารึกบันทึกพุทธธรรม ก็จะใช้อักษรของคนชาตินั้นเป็นตัวเขียน เช่น ภาษาบาลีในพระไตรปิฎกของประเทศไทยเราก็ใช้อักษรไทยเป็นตัวเขียน เรียกว่า บาลีอักษรไทย

ดังนั้น จึงเป็นการง่ายที่จะอ่านคำบาลีแท้ แม้ว่าจะไม่ได้เรียน เพราะเราคุ้นเคยกับอักษรไทยกันดีอยู่แล้ว

การอ่านคำบาลีแท้นั้น มีหลักสำหรับการอ่านอยู่ 2 ประการ คือ

1.การอ่านพยัญชนะที่มีจุด (กฺ) มีหลักว่า พยัญชนะตัวใดมีจุดกำกับอยู่ด้านใต้ พึงรู้ว่าพยัญชนะตัวนั้นทำหน้าที่เป็นตัวสะกด โดยถ้าสะกดพยัญชนะที่ผสมด้วยสระอะ ซึ่งไม่ปรากฏรูป

เช่น คำว่า "อคฺโค สจฺจํ กมฺมํ" จุดใต้ ค, จ และ ม นั้น มีค่าเท่ากับเครื่องหมายไม้หันอากาศ และพยัญชนะที่มีจุดกำกับนั้นมีค่าเท่ากับตัวสะกด จะอ่านออกเสียงว่า "อัคโค สัจจัง กัมมัง"

ถ้าพยัญชนะที่นอกจากสระอะ คือ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ซึ่งปรากฏรูปอยู่ เช่นคำว่า "เวทนากฺขนฺโธ จิตฺตํ สุกฺกํ อุเปกฺขโก" จุดนั้นไม่มีค่าอะไร เพียงแต่เป็นเครื่องกำหนดพยัญชนะให้ทำหน้าที่เป็นตัวสะกด ก็จะอ่านออกเสียงไปตามรูปสระที่ปรากฏ คือ "เวทนากขันโธ จิตตัง สุกกัง อุเปกขะโก"

2.การอ่านพยัญชนะหรือสระที่มีนิคคหิต (กํ) อยู่บน มีหลักว่า พยัญชนะ คือ อัง หรือนิคคหิตนี้ จะปรากฏอยู่บนสระอะ

เช่น คำว่า "เอวรูปํ จิตฺตํ กมฺมํ" ให้แทนค่าเป็นไม้หันอากาศ ตามด้วย "ง" สะกด อยู่ร่วมกับพยัญชนะตัวใด ก็ออกเสียงไปตาม พยัญชนะตัวนั้น เช่นในตัวอย่าง ก็จะอ่านว่า "เอวะรูปัง จิตตัง กัมมัง"

เมื่อปรากฏอยู่บนสระอิ เช่นคำว่า "ธมฺมจารึ อหํ สุคตึ" ให้แทนค่าเป็นสระอิ ตามด้วย "ง" สะกด ก็จะอ่านว่า "ธัมมะจาริง อะหัง สุะคะติง"

และพึงตระหนักว่า ไม่ใช่สระอึ จึงไม่ควรอ่านออกเสียงเป็นสระอึ ว่า "ธัมมะจารึ อะหัง สุคะตึ" เป็นอันขาด

นอกจากนี้ ยังมีหลักการอ่านพยัญชนะอวรรค (พยัญชนะอิสระที่ไม่จัดเข้าวรรค) อีก คือ ย ร ล ว ส ห

ซึ่งพยัญชนะเหล่านี้ ท่านจัดเป็นอัฑฒสระ คือ ออกเสียงได้เล็กน้อย ออกเสียงได้ครึ่งหนึ่ง แต่ต้องอ่านให้เร็ว แม้จะเป็นตัวสะกด หรือใช้ร่วมกับพยัญชนะ วรรคอื่นๆ เช่น คำว่า "ตสฺมา กตฺวา" จะอ่านว่า "ตัด สะ มา"

โดยพยัญชนะ "ส" เป็นได้ทั้งตัวสะกด และยังออกเสียงว่า "สะ" ซึ่งต้องอ่านออกเสียงเร็ว

"กตฺวา" อ่านว่า "กัตตะวา" คำว่า ตะ ออกเสียงเร็วหรือออกเพียงครึ่งเสียง ดังนี้ เป็นต้น

ที่มา คอลัมน์ ศาลาวัด


ลักษณะ แห่งพุทธศาสนา(จบ) คอลัมน์ พระพรหมคุณาภรณ์

 
ลักษณะแห่งพุทธศาสนา(จบ)

คอลัมน์ พระพรหมคุณาภรณ์

(ป.อ.ปยุตโต ป.ธ๙)


http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง





พระพุทธ ศาสนามิใช่มองโลกและชีวิตในแง่ร้าย แต่มองโลกและชีวิตตามความเป็นจริง เมื่อความทุกข์มีอยู่จริง พระพุทธศาสนาก็สอนให้เผชิญหน้าความทุกข์นั้น ไม่เลี่ยงหนี แต่ให้มองดูทุกข์นั้นด้วยความรู้เท่าทัน และด้วยความรู้เท่าทันความทุกข์นั้นเอง จึงทำให้มีจิตใจปลอดโปร่งเป็นอิสระด้วยปัญญา ไม่ถูกทุกข์บีบคั้น

เข้า ทำนองว่า "รู้ว่าชีวิตเป็นทุกข์ แต่มีชีวิตเป็นสุข" หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องกว่านั้น ก็ว่า "รู้เท่าทันความทุกข์ จึงมีความสุขที่สมบูรณ์"

ลักษณะที่ 15

มุ่งประโยชน์สุขเพื่อมวลชน

ลักษณะที่ 15 ประการสุดท้าย ลักษณะของพระพุทธศาสนาที่จะขอกล่าวในที่นี้ก็คือ เป็นศาสนาที่เน้น พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย คือ ความมุ่งหมายเพื่อประโยชน์สุขของพหูชน

พระ พุทธเจ้าตรัสหลักนี้เป็นประจำ เมื่อเริ่มประกาศพระศาสนา พระองค์ทรงส่งพระสาวกออกประกาศพระศาสนาด้วยคำว่า จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย แปลว่า ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงจาริกไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่พหูชน เพื่อความสุขแก่พหูชน เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก

ต่อมา หลังจากนั้นก็ตรัสหลักธรรมมากมายโดยเน้นหลักการข้อนี้ แม้แต่ในการแนะนำให้ทำสังคายนาก็ย้ำว่า เพื่อจะให้พรหมจรรย์ คือพระศาสนานี้ ดำรงอยู่มั่นคงยั่งยืน เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่พหูชน คือชนจำนวนมาก ที่เราเรียกกันเดี๋ยวนี้ว่ามวลชนนั่นเอง

ในทางตรง ข้าม พระเถระที่มีมิจฉาทิฏฐิก็เป็นไปเพื่อไม่ใช่ประโยชน์ ไม่ใช่ความสุข เพื่อความทุกข์แก่ชนจำนวนมาก ส่วนพระเถระที่มีสัมมาทิฏฐิ ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่พหูชน อะไรทำนองนี้

หลักธรรมต่างๆ อย่างนี้ตรัสไว้มากมาย ในที่นี้เพียงยกมาเป็นตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาเน้นย้ำมากในเรื่องการปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของพหูชน

สรุป ได้ยกเอาหลักธรรมต่างๆ มาแสดงให้เห็นลักษณะสำคัญของพระพุทธศาสนา ในที่นี้ 15 ลักษณะ ที่จริงยังมีมากกว่านี้ แต่เพียงเท่านี้ก็เลยเวลาไปมากแล้ว ข้อที่จะขอกล่าวเน้นในตอนสุดท้ายก็คือ

ลักษณะต่างๆ ที่กล่าวมานี้ เราถือกันว่าเป็นลักษณะที่ดี แต่ข้อสำคัญ ชาวพุทธอย่ามัวเมาว่า เรามีพระพุทธศาสนาซึ่งมีลักษณะที่ดี เสร็จแล้ว เพราะมัวเมาว่าพระพุทธศาสนามีลักษณะดี ก็เลยได้แต่ชื่นชม แล้วไม่นำเอามาประพฤติปฏิบัติ

เมื่อไม่เอามาประพฤติปฏิบัติ ก็ไม่เป็นประโยชน์อะไร ได้แต่ชื่นชมหลงมัวเมาไปอย่างนั้นเอง ว่าศาสนาของเราดีอย่างนี้ มีลักษณะที่ดีอย่างนั้น ก็ไม่เกิดประโยชน์แก่ชีวิตที่แท้จริง

เพราะฉะนั้น จะต้องนำเอามาประพฤติปฏิบัติ และข้อสำคัญก็คือการปฏิบัติให้ครบทุกแง่ด้าน เพราะการปฏิบัติที่คลาดเคลื่อนผิดเพี้ยนไปนั้น สาเหตุอย่างหนึ่งก็เกิดจากการประพฤติปฏิบัติไม่ครบถ้วน ไม่ครบถ้วนอย่างไร ขอให้ดูหลักอนิจจังเป็นตัวอย่าง

หลักอนิจจังนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนภาพการปฏิบัติธรรมของชาวพุทธไทย ว่าเข้าใจอนิจจัง คือความไม่เที่ยงนั้นแค่ไหนอย่างไร

ชาวพุทธเวลามี เหตุพลัดพราก แม้แต่ของพลัดตกจากมือ ก็จะอุทานว่า "อนิจจัง ไม่เที่ยง" แล้วเราก็รู้เท่าทันธรรมดาว่า เออ สังขารทั้งหลายมีการเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา เป็นสิ่งไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วก็ย่อมดับไปเป็นธรรมดา แล้วเราก็ปลงใจได้ ปลงตก ก็มีความสุข สบายใจ ไม่มีความโศกเศร้า เข้าลักษณะคำบาลีที่พระท่านเอามาพิจารณาผ้าบังสุกุลว่า

"อนิจฺจา วต สงฺขารา อุปฺปาทวยธมฺมิโน

อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เตสํ วูปสโม สุโข"

บอกว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นแล้วเสื่อมสลายไป เป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความสงบวางแห่งสังขารทั้งหลายเหล่านั้น เป็นสุข ปลงอย่างนี้แล้ว เราก็สบายใจ ชาวพุทธเรา โดยเฉพาะในเมืองไทยนี้ มีชื่อเสียงว่าได้ประโยชน์จากหลักอนิจจังนี้มาก ทำให้เป็นคนมีจิตใจสบาย ไม่ค่อยมีความทุกข์

แต่พร้อมกันนั้น มีหลักหนึ่งที่เราไม่ค่อยปฏิบัติ ก็คือ โอวาทที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ ว่าสังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม

ความหมายของอนิจจังในแง่ หลังนี้ไม่ค่อยใช้กันเลย คือใช้แต่ตอนปลงตกให้สบายใจ แต่ตอนที่พระพุทธเจ้าเตือนไม่เอามาใช้ ทั้งๆ ที่เป็นปัจฉิมวาจาซึ่งสำคัญอย่างยิ่ง นี่แหละคือหลักความไม่ประมาท

พระ พุทธเจ้าตรัสอนิจจังไม่เที่ยงนั้น โยงกับหลักความไม่ประมาท ให้เราไม่ประมาท ไม่ใช่มัวแต่นั่งนอนสบาย เพราะฉะนั้น ถ้ามัวเอาแต่ วูปสโม สุโข แล้ว สบายอย่างเดียว นอนแอ้งแม้ง

ก็เรียกว่า ปฏิบัติธรรมไม่ครบถ้วน



หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เทพเจ้าของชาวภูเก็ต



 
หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เทพเจ้าของชาวภูเก็ต

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เทพเจ้าของชาวภูเก็ต


"พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี" หรือ  หลวงพ่อแช่ม พระเกจิชื่อดังแห่งวัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) อ.เมือง จ.ภูเก็ต ที่ชาวเมืองภูเก็ตให้ความเลื่อมใสศรัทธายิ่งจนถึงขนาดมีคำขวัญประจำ เมืองภูเก็ต ว่า  ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม

อัตโนประวัติ หลวงพ่อแช่ม เกิดที่ต.บ่อแสน อ.ทับปุด จ.พังงา เมื่อปีกุน พุทธศักราช 2370 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ส่วนชื่อโยมบิดา-มารดา ไม่ปรากฏในประวัติ

ต่อมาครอบครัวอพยพหนีภัย พม่า มาตั้งถิ่นฐานที่บ้านฉลอง จ.ภูเก็ต พ่อแม่ส่งท่านไปเป็นลูกศิษย์วัดฉลอง ขณะนั้นมี พ่อท่านเฒ่า เป็นเจ้าอาวาสวัดฉลอง

พอท่านเจริญวัยพอสมควร โยมบิดา-มารดา ให้ท่านได้บวชเป็นสามเณร และเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบทที่วัดฉลอง มีพ่อท่านเฒ่า เป็นพระอุปัชฌาย์

หลังอุปสมบท ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดฉลอง ศึกษาเล่าเรียนวิชาต่างๆ จากพ่อท่านเฒ่า จนมีความเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีสมาธิจิตสูง รวมทั้งได้ศึกษาวิชาคาถาอาคมต่างๆ วิชาแพทย์แผนโบราณ


หลวงพ่อแช่มเป็นผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านโดยทั่วไป



http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เทพเจ้าของชาวภูเก็ต

พ.ศ.2393 พ่อท่านเฒ่าได้มรณภาพ หลวงพ่อแช่มได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน นับว่าเป็นเจ้าอาวาสที่มีอายุน้อยมาก เพียง 23 ปีเท่านั้น

ชื่อเสียงของหลวงพ่อแช่มปรากฏชัดเจน เมื่อคราวที่หลวงพ่อแช่ม เป็นหัวหน้าปราบอั้งยี่ ในปี พ.ศ.2419 เมื่อคนจีนก่อความไม่สงบ ออกไปปล้น ชาวบ้านที่เป็นลูกศิษย์ท่านจึงไปช่วยพาหลวงพ่อแช่ม หนีไปด้วย

ท่านตอบว่า "ข้าอยู่ในวัดนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จนอายุป่านนี้แล้ว ทั้งเป็นสมภารเจ้าวัดอยู่ด้วย จะทิ้งวัดเสียอย่างไรได้ พวกสูจะหนีก็หนีเถิด แต่ข้าไม่ไปล่ะ จะต้องตายอยู่ในวัด อย่าเป็นห่วงข้าเลย"

ชาวบ้าน เห็นว่า ท่านไม่ยอมทิ้งวัดไป จึงพูดกับท่านว่า "ถ้าขรัวพ่อไม่ไป พวกผมก็อยู่เป็นเพื่อน แต่ขออะไรพอคุ้มตัวสักอย่าง"

หลวงพ่อแช่ม จึงนำผ้าขาวม้าลงยันต์ ทำเป็นผ้าประเจียด แจกให้ชาวบ้านคนละผืน ออกไปสู้รบกับพวกจีนอั้งยี่ ในที่สุดจีนอั้งยี่พวกนั้นล้มตาย แตกหนีกระจัดกระจายไปหมด

นับแต่นั้นมา พวกจีนอั้งยี่ก็ไม่กล้าไปปล้นที่บ้านฉลองอีก ชาวเมืองภูเก็ตเริ่มนับถือท่านว่า เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ในทางวิทยาคมอย่างผู้วิเศษ

คณะกรรมการเมือง ภูเก็ต ได้ทำรายงานกราบทูลไปยังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะกรรมการเมืองนิมนต์หลวงพ่อแช่ม ให้เดินทางไปยังกรุงเทพฯ มีพระราชประสงค์จะปฏิสันถารกับหลวงพ่อแช่มด้วยพระองค์เอง

หลวงพ่อแช่มและคณะเดินทางถึงกรุงเทพ มหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี ให้มีตำแหน่งเป็นสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต อันเป็นตำแหน่งสูงสุด ซึ่งบรรพชิตจักพึงมีในสมัยนั้น

ในโอกาสเดียวกันทรงได้พระราชทานนามวัดฉลอง เป็นวัดไชยาธาราราม

ครั้งหนึ่ง พวกชาวเรือออกไปหาปลาในทะเล ถูกคลื่นพายุกระหน่ำจนเรือจวนล่มต่างก็บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้คลื่นลมสงบ แต่คลื่นลมกลับรุนแรงขึ้น ชาวบ้านคนหนึ่งนึกถึงหลวงพ่อแช่มได้ ก็บนหลวงพ่อแช่มว่า "ขอให้หลวงพ่อแช่มบันดาลให้คลื่นลมสงบเถิด รอดตายกลับถึงบ้านจะติดทองที่ตัวหลวงพ่อแช่ม" เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่คลื่นลมสงบโดยพลัน ครั้นกลับถึงบ้าน ชาวเรือกลุ่มนั้น เตรียมทองคำเปลวไปหาหลวงพ่อแช่มเล่าให้หลวงพ่อแช่มทราบและขอปิดทองที่ตัวท่าน

หลวงพ่อแช่มบอกว่าท่านยังมีชีวิตอยู่จะปิดทองยังไง ให้ไปปิดทองที่พระพุทธรูป

ชาวบ้านกลุ่มนั้น บอกว่าถ้าหากหลวงพ่อไม่ให้ปิด จะทำให้เกิดอาเพศอีก ในที่สุดหลวงพ่อแช่มจำต้องยอมให้ชาวบ้านปิดทองที่ตัวท่าน โดยให้ปิดที่แขนและเท้า ชาวบ้านอื่นๆ ก็บนตามอย่างด้วยเป็นอันมาก จนถือเป็นธรรมเนียม

นับเป็นพระภิกษุรูปแรกของเมืองไทยที่ได้รับการ ปิดทองแก้บน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่

หลวงพ่อแช่ม มรณภาพเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2451 สิริอายุ 81 ปี พรรษา 61

แม้หลวงพ่อแช่ม จะละสังขารไปแล้ว แต่ความเลื่อมใสศรัทธาในคุณงามความดีของท่าน ยังคงมีอยู่อย่างมั่นคงในจิตใจของชาวเมืองภูเก็ตสืบไป



ที่มา คอลัมน์ อริยะโลกที่6



เดินตามดาว ประจำวันที่ 5-11 มีนาคม 2553



 
เดินตามดาว ประจำวันที่ 5-11 มีนาคม 2553



http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง



ราศีเมษ หรือ 13 เม.ย. ถึง 14 พ.ค.

ท่าน โชคดีมีลาภได้ทรัพย์สินเงินทองเป็นอันมากท่านที่มีบริวารมากจะเป็นผู้นำลาภ มาสู่ญาติมิตรที่อ่อนกว่าและบริวารของท่านหมายถึงหุ้นส่วนผู้ร่วมงานและคู่ สมรสด้วย คำทำนายนี้ให้ผลตั้งแต่วันที่5-29 มีนาคมศกนี้ ในช่วงระยะเวลาอันยาวนานเช่นนี้แม้ท่านที่ดวงอับเฉามานานจะแจ่มใสสดชื่นขึ้น แต่ในวันที่ 8 มีนาคมจะทราบเรื่องราวที่เหลือเชื่อ หรือมีปรากฏการณ์ที่ท่านพบเห็นคนเดียวพูดไปคงไม่มีใครเชื่อ ผู้ใกล้ชิดบางคนจะมีอาการไม่ปกติเป็นเหตุให้ตกอกตกใจกันนิดหนึ่งแต่เมื่อไป ถึงมือแพทย์แล้วก็จะทราบว่าไม่เป็นอะไรเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า

ราศีพฤษภ หรือ 15 พ.ค. ถึง 14 มิ.ย.

ท่าน ที่ทำงานอาชีพมีผลดีน้อยกว่างานอดิเรกกิจการใดที่ท่านหวังผลมากมักจะไม่สม หวังแต่อะไรที่ท่านทำไปตามเรื่องตามราว หรือทำเพื่อเอาบุญ กลับมีผลตอบมากกว่าท่านจะมีความสุขและประสบโชคดีด้วยตนเองพึ่งพาอาศัยใครไม่ ได้ถ้าไม่คิดเล็กคิดน้อยหรือหวาดระแวงแคลงใจในความสุจริตของคนอื่นมากเกินไป ท่านก็มีความสุขตามอัตภาพ ศุกร์ดาวประจำราศีของท่านเป็นมหาอุจท่านผู้ที่ยังหนุ่มสาวและยังไม่มีแฟน อย่าเพิ่งขวนขวายหาแฟนในระยะนี้เพราะวันที่ 8 มีนาคมอาจพบรักแท้จริงการสารภาพหรือขอความรักครั้งแรกควรรอบคอบนิดหนึ่ง

ราศีมิถุน หรือ 15 มิ.ย. ถึง 15 ก.ค.

ท่าน ได้ลาภได้ข่าวดีเรื่องงาน แต่ขณะเดียวกันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นเหตุให้เสียเสถียรภาพทางการงานขาด ความสมดุลในการดำเนินชีวิตประจำวันและจะใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาต่างๆ ด้วยความรุนแรงจะได้ลาภจากทางไกลหรือได้เดินทางไกลด้วยความรื่นเริงสนุกสนาน ราหูเล็งราศีเกิด จะได้ลาภจากแขกหรือไปเที่ยวเมืองแขกด้รับตำแหน่งสำคัญในสมาคมสโมสรท่านที่ ยังหนุ่มสาวถ้ามีเวลาว่างจะได้รับเชิญไปประกวดความหล่อเท่หรือเดินแบบ เครื่องแต่งตัว ดาวศุกร์ให้คุณแก่ท่านรักใครถ้าเขายังไม่มีแฟนก็บอกไปเลย อย่ามัวรีรอลังเลใจ

ราศีกรกฎ หรือ 16 ก.ค. ถึง 16 ส.ค.

ท่าน ได้ลาภ และที่แน่นอนคือเงินสดก้อนหนึ่งภายในรอบคำทำนายนี้ช่วงเวลาที่โชคดีของท่าน ยืดยาวถึงปลายเดือน ท่านอาจรับทรัพย์ทุกวันถ้าท่านบริหารจัดการให้เหมาะก็อาจจะกลายเป็นผู้ มั่งคั่งพอสมควร วันที่ 10มีนาคม อังคารในราศีของท่านตรีโกณศุกร์จะแสดงความรู้สึกในใจโดยไม่หวั่นหน้าอินทร์ หน้าพรหมถ้าเพิ่งริเริ่มมีความรักและเอาแต่ใจตนเอง ไม่ฟังเสียงผู้ใหญ่ถ้าโตแล้วอาจแต่งงานเองโดยไม่คำนึงถึงพิธีรีตองอะไรใดๆ ทั้งสิ้นอาทิตย์พุธพฤหัสบดีในภพ 8จะทำให้ผู้ที่ดีต่อท่านหรือผู้ใหญ่ของท่านได้รับความสะเทือนใจ

ราศีสิงห์ หรือ 17 ส.ค. ถึง 16 ก.ย.

ท่าน ต้องติดต่อกับคนหมู่มากผู้ที่เช้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตและงานของท่านในรอบคำ ทำนายนี้เป็นคนที่ท่านเพิ่งรู้จักหรือเพิ่งมีความเกี่ยวข้องกัน อาทิตย์อ่อนแสงเป็นอุปสรรคแก่ความรุ่งโรจน์ของท่านในสังคมเป็นระยะเวลาที่ ไม่ควรเข้าประกวดหรือแข่งขัน รวมถึงการเข้าประชุมใหญ่การแสดงปาฐกถา และกล่าวสุนทรพจน์ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามเพราะจะถูกต่อต้านโดยนึกไม่ถึงญาติ มิตรสนิทของท่านจะพาคนแปลกหน้ามาแนะนำให้รู้จักซึ่งจะขัดลาภท่านพอสมควรอย่า ยุ่งกับเขาหรือให้เขาเข้ามายุ่งกับท่านได้ก็จะเป็นการดีศัตรูของท่านเป็นคน หน้าเนื้อใจเสือ

ราศีกันย์ หรือ 17 ก.ย. ถึง 16 ต.ค.

ท่าน มีดาวเสาร์ในราศีเกิด ซึ่งได้เรียนให้ทราบบ่อยๆ ท่านคงเบื่อแต่เสาร์เป็นดาวที่น่ากลัวยิ่งกว่าดาวร้ายอื่นๆจึงต้องเรียนไว้ เสมอเพื่อกันลืมขณะนี้ดาวศุกร์ย้ายเข้าราศีมีนเล็งราศีของท่าน จะทับมฤตยู เล็งดาวเสาร์ท่านไม่ควรนำแหวนเพชรมาให้ใครดูหรือยืมอย่าสวมเสื้อผ้าฉูดฉาด หรือสไตล์แปลกหรู เพราะศัตรูจะใส่ร้ายมากขึ้นไม่ควรให้ใครมาอาศัยอยู่โดยไม่จำเป็นอย่าทิ้ง สิ่งมีค่าและเอกสารไว้ในรถยนต์ของท่าน เพราะจะถูกขโมยโดยเฉพาะสมุดเงินฝากและบัตรเครดิตและเอทีเอ็มไม่ควรฝากจดหมาย ที่เป็นความลับให้คนหนึ่งไปให้แก่อีกคนหนึ่ง

ราศีตุล หรือ 17 ต.ค. ภึง 15 พ.ย.

ท่าน เป็นผู้ที่มีศุกร์เป็นดาวประจำราศีจึงเป็นที่แน่นอนว่าท่านย่อมมีความสุขวัน ยังค่ำแต่หมู่นี้เกตุเข้ามาอยู่ในราศีเกิดของท่าน ซึ่งจะย้ายไปในวันที่ 18มีนาคม เรื่องที่ผะอืดผะอมอยู่ในใจจะค่อยหมดไปเองคงเป็นเพราะท่านทำใจได้หรือหาสิ่ง อื่นมาทดแทนได้ วันที่ 5มีนาคมไม่เหมาะที่จะไปไหนไกลๆ โดยไม่จำเป็นเว้นแต่ไปต่างประเทศโดยเครื่องบินก็ไม่เป็นไรอาทิตย์พุธ พฤหัสบดีให้คุณแก่ท่าน ถ้าท่านชอบสิ่งใดสิ่งนั้นจะมาอยู่ใกล้ๆเช่น ท่านชอบรับประทานปาท่องโก๋กับกาแฟ ก็จะมีคนมาทอดขายใกล้บ้านเรื่องอื่นๆ ก็เหมือนกัน

ราศีพิจิก หรือ 16 พ.ย. ถึง 15 ธ.ค.

ท่าน ที่มีบริวารที่ดีและเข้มแข็งเพิ่มขึ้น ได้ลาภจากบริวารทั้งใกล้และไกลอาจมีการเปิดสาขากิจการงานของท่านในที่อื่น อังคารซึ่งอ่อนแสงในราศีกรกฎถอยหลังถ้าท่านถูกใครโกงหรือคิดร้ายก็จะจับคน โกงได้ญาติมิตรและบริวารของท่านตลอดจนผู้ที่หวังดีจะรู้ทั่วกันคนร้ายก็ทำ อะไรท่านไม่ได้พฤหัสบดีร่วมอาทิตย์พุธท่านมักทราบเหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนเสมอ ราหูนำหน้าราศีเกิดเป็นศูนย์พาหะบริวารที่ดุร้ายของท่านจะไม่นิ่งดูดายให้ ท่านถูกท้าทายอีกต่อไปดาวมฤตยูตรีโกณราศีเกิด มีกระแสคลื่นแห่งความปั่นป่วนในขบวนแห่ต่างๆท่านอย่าเดินตามแห่

ราศีธนู หรือ 16 ธ.ค. ถึง 14 ม.ค.

ท่าน มีความสุขสบายดี ชีวิตและงานของท่านดำเนินไปโดยราบรื่นไม่มีใครหรืออะไรมาเป็นอุปสรรคข้อขัด ข้องแต่บริวารบางคนที่ท่านเมตตาสงสารจะได้ใจ ได้คืบจะเอาศอกถ้าท่านถองเข้าให้สักทีสองทีคงจะช่วยให้มีนิสัยดีขึ้นพอสมควร ท่านชอบถูกคนโกหกหลอกลวง ท่านที่เป็นนักสะสมวัตถุมงคลโปรดอย่านำพระและเครื่องรางของขลังที่ดีๆ ของท่านมาให้ใครดูออกโทรทัศน์ก็ไม่ดี เพราะขโมยย่อมจะหมายตาไว้ ท่านเผลอเมื่อไรก็เมื่อนั้นผู้ที่มีของดีเหมือนมีเสื้อเกราะ ใครยิงก็ไม่เข้าแต่ถ้าเสื้อเกราะถูกขโมยไปก็หมดท่า เหมือนคนมีพระดีแต่พระถูกโมยนั่นแหละ

ราศีมังกร หรือ 15 ม.ค. ถึง 12 ก.พ.

ท่าน จะเกี่ยวข้องกับกิจการขนาดใหญ่แบบว่าเขาจับนกกันที่สนามหลวงท่านก็ไปช่วยเขา จับโดยไม่คำนึงไข้หวัดนกอะไรใดๆ ทั้งสิ้น หรือท่านเห็นตานาตาอินให้ตาอยู่ตัดสินแบ่งปลาแล้วตาอยู่เอาพุงปลาไปเป็นค่า ตัดสินฝ่ายท่านเห็นว่าตาอยู่เอาเปรียบสังคมเลยเตะตาอยู่ตกน้ำ โปลิศก็จับท่านพุงปลาที่ตาอยู่ได้เป็นค่าว่าความจมน้ำหายไป ตาตาตาอินก็ไม่ขอบคุณท่านแถมสงสัยว่าท่านของขึ้นหรือผีเข้ากันแน่เสาร์ดาว ประจำราศีของท่านเล็งมฤตยูท่านจะทำเรื่องอันเป็นการท้าทายภยันตรายต่างๆ แบบที่เขาเรียกว่าเย้ยมฤตยูถ้าท่านชอบเช่นนี้ก็ควรเป็นโสดดีกว่า

ราศีกุมภ์ หรือ 13 ก.พ. ถึง 14 มี.ค.

ท่าน โชคดีเรื่องงานและกิจกรรมสังคม ได้รับยกย่องในสติปัญญาวิชาการมีการเดินทางไกลไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เพื่อสัมมนาต่างๆตามแต่จะถนัด ได้เงินสดก้อนหนึ่งที่ช่วยให้ท่านใช้จ่ายสบายมือไปหลายวันถ้าท่านเป็นนัก สะสมเงินสดและยังไม่มั่งมีก็อาจกลายเป็นผู้มั่งมีขึ้นได้โดยตั้งต้นในระยะ นี้ แต่ท่านคงเป็นคนแบบได้มาใช้ไปมากกว่าแล้วตอนนี้ท่านจะค่อนข้างหนักไปใน เรื่องแฟน อาจต้องติดต่อกันทุกบ่อยค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นเป็นธรรมดา อย่านอนดึกควรถนอมรักษาดวงตาเท่าที่จะทำได้ อย่าไปมองคนที่เขามีเจ้าของแล้วจะเป็นการไม่ดี

ราศีมีน หรือ 15 มี.ค. ถึง 12 เม.ย.

ท่าน มีดาวศุกร์โคจรในราศีเกิด ตั้งแต่บัดนี้จนถึงปลายเดือนมีปรากฏการณ์ศุกร์ถึงมฤตยูวันที่ 8 มีนาคม และเล็งเสาร์ในระยะเดียวกันท่านจะได้ลาภจากเพศตรงข้ามหรืออาจได้รับความ เดือดร้อนที่พวกเขานำมาให้โดยที่ท่านนึกไม่ถึงเพราะเขาเก่งกว่าท่านในเรื่อง โกหกหลอกลวงคนอ่อนแอให้หลงเชื่อ พฤหัสบดีเป็น12 แก่ราศีของท่านการวิ่งเต้นขอให้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือหรือแม้แต่บนบานขอให้เทวดา ช่วยก็ไม่ค่อยได้ผล เว้นแต่ท่านจะทำบุญไว้เยอะๆผลบุญย่อมช่วยผ่อนหนักเป็นเบาให้ได้บ้างพอสมควร ศุกร์เป็นมหาอุจคงจะนำรักมาสู่ดวงใจอันว่างเปล่าของท่าน



ที่มา โดย หมอทรัพย์ สวนพลู



เหรียญพระพุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุสรณ์ วัดสระแก้วศรีสรรเพชญ จ.สุพรรณบุรี

 
เหรียญพระพุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุสรณ์ วัดสระแก้วศรีสรรเพชญ จ.สุพรรณบุรี

http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง


เหรียญพระพุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุสรณ์ วัดสระแก้วศรีสรรเพชญ จ.สุพรรณบุรี


พระปลัดวิชาญ ปวโร เจ้าอาวาสวัดสระแก้วศรีสรรเพชญ ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ได้จัดสร้าง  เหรียญพระพุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุสรณ์  เมื่อปี 2552 จำนวน 2,000 เหรียญ

เพื่อ นำรายได้ทั้งหมดนำไปสร้างซุ้มประตูวัดสระแก้วศรีสรรเพชญ ฐานพระพุทธลีลาศรีสัฏ ฐิยานุสรณ์ ที่ดำเนินการอยู่ แต่ยังขาดงบประมาณในการบูรณปฏิสังขรณ์กุฏิพระ ภายในบริเวณวัดสระแก้วศรีสรรเพชญ

สำหรับเหรียญพระ พุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุสรณ์ ได้ประกอบพิธีมหาพุทธา ภิเษก 19 พิธี และผ่านพิธีอธิษฐานจิตจากพระมหา

เถ ราจารย์กว่า 20 รูป อาทิ หลวงปู่สุภา กันตสีโล วัดสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต,หลวงปู่นะ ฐิตธัมโม วัดหนองบัว จ.ชัยนาท, หลวงปู่ทิม อัตตสันโต วัดพระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

เหรียญพระพุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุ สรณ์ สร้างขึ้นจากหินลาวาภูเขาไฟ และแร่ปรอทดำ เหรียญเป็นวงกลม มีขนาด 3.9 เซนติเมตร พร้อมเส้นวิ่งรอบเหรียญ

ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปจำลองของพระพุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุสรณ์ ปางเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ยกพระหัตถ์ด้านซ้ายขขึ้นและงอข้อศอก ซึ่งเป็นพระประธานประจำวัดสระแก้วศรีสรรเพชญ ด้านซ้ายขวาของเศียรพระพุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุสรณ์ มียันต์พุทโธ ซึ่งเป็นยันต์ที่ หลวงปู่สังวาล เขมโก ใช้ในการสร้างพระพุทโธ ของวัดทุ่งสามัคคีธรรม จ.สุพรรณบุรี

ด้านหลังเหรียญเป็นรูปพระปลัด วิชาญ เจ้าอาวาสวัดสระแก้วศรีสรรเพชญ นั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ด้านล่างเขียนว่า "พระปลัดวิชาญ ปวโร" ด้านบนรอบวงเหรียญ เขียนคำว่า  วัดสระแก้วศรีสรรเพชญ  ขั้นกลางด้วยยันต์ นะโมพุทธายะ จากนั้นเป็นคำว่า "อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี" ด้านบนไหล่ทั้ง 2 ด้านเป็นยันต์ อะระหัง ซึ่งเป็นยันต์ที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ที่ได้ประสาทวิชาให้หลวงปู่จำปา วัดสุวรรณาราม จ.ชุมพร และหลวงปู่จำปา ได้ถ่ายทอดวิชาสืบต่อให้แก่พระปลัดวิชาญ

ส่วนที่สังฆาฏิ เป็นยันต์นะเมตตา ซึ่งเป็นยันต์ประจำตัวหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ที่ได้ประสิทธิ์ให้แก่หลวงปู่สุภา กันตสีโล วัดสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต ที่ได้มีการประสาทวิชาให้กับพระปลัดวิชาญด้วยเช่นกัน บริเวณเหนือเข่าด้านขวายิงเลเซอร์เป็นยันต์กะนะ เป็นยันต์ประจำตัวหลวงปู่สุภา ส่วนบริเวณเข่าด้านซ้าย เป็นเลขรหัสจำนวนเหรียญที่วัดสระแก้วศรีสรรเพชญจัดสร้างขึ้น
เหรียญพระพุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุสรณ์ มีการปลุกเสกเดี่ยวโดยพระปลัดวิชาญ ตามตำรับแบบแผนโบราณาจารณ์ที่สืบทอดกันมา เชื่อกันว่าเหรียญพระพุทธลีลาศรีสัฏฐิยานุสรณ์ มีพุทธคุณเด่นด้านเมตตามหานิยมมหา ลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย สามารถป้อง กันคุณไสยต่างๆ

มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ ผสมแร่ไหลคำดำ 50 เปอร์เซ็นต์ และผสมแร่ไหลคำดำ 20 เปอร์เซ็นต์

ราคาเช่าบูชาอยู่ในราคาหลักพันเท่านั้น ขณะนี้ยังสามารถหาเช่าบูชาได้ที่วัดสระแก้วศรีสรรเพชญ
อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี



หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ ครุฑเหนือคน


หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ ครุฑเหนือคน

http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง


หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ ครุฑเหนือคน


เมืองกรุงเก่า "พระนครศรีอยุธยา" ไม่เคยว่างเว้นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ในอดีต อาทิ หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ, หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค, หลวงปู่ ดู่ วัดสะแก, หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ เป็นต้น

ถ้าปัจจุบันก็ต้องมีรูปนี้รวมอยู่ด้วย "พระ ครูอดุลวิริยกิจ หรือหลวงพ่อเอื้อน" วัดวังแดงใต้ ต.วังแดง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรี อยุธยา ศิษย์หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง, หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ สื่อนิตยสารพระเครื่องต่างการันตีเป็น 1 ใน 9 พระเกจิอาจารย์น่ากราบไหว้

พิธีปลุกเสกวัตถุมงคลที่ไหนต้องมี "หลวงพ่อเอื้อน" ร่วมด้วยเสมอ ปัจจุบันชื่อเสียงท่านโด่งดังไปไกลถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ต่างเดินทางมากราบท่านถึงวัด ท่านสร้างวัตถุมงคลแต่ละชนิดออกมาน้อย แต่มีประสบการณ์สูง ทั้งด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย วัตถุมงคล พระเครื่องของท่านจึงเป็นที่ต้องการในหมู่ลูกศิษย์อย่างมาก



http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ ครุฑเหนือคน


เมื่อ กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2553 หลวงพ่อเอื้อนท่านได้ทำพิธีปลุกเสก "ครุฑเหนือคน" เปิดให้ลูกศิษย์ลูกหาร่วมบุญบูชา "ครุฑ" นั้นเป็นเครื่องหมายแห่งสิทธิอำนาจและความเป็นมงคล มีอานุภาพมาตั้งแต่เกิด พอออกจากไข่ก็มีร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจดฟ้า ดวงตาเมื่อกะพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีกทีใดขุนเขาจะตกใจหนีหายไป รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศ

คนโบราณมี ความเชื่อสืบกันมาว่า "ครุฑ" นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง มหาอำนาจ ผู้ใดให้ความเคารพนับถือพญาครุฑ และซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตนเอง ข้าราชการผู้นั้นจะมีความสุขความเจริญทั้งชีวิตและหน้าที่การงานสืบไป คุณไสยอันตรายใดๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้เพราะเครื่องหมายของพญาครุฑนี่สำคัญมาก ผู้ที่รู้เขาจะไม่ข้ามไม่เหยียบย่ำ เป็นของสูง ของศักดิ์สิทธิ์ อำนาจพญาครุฑจำแนกได้ถึง 8 ประการ ดังนี้คือ 1.เป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ บารมี เด็ดขาด ใครมีบูชาจะเหนือกว่า ผู้อื่น 2.ล้างอาถรรพ์และคุณไสยทั้งปวง ภูติผีปิศาจกลัวไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ 3.นำความเจริญรุ่งเรือง ยศถาบรรดาศักดิ์มาสู่ชีวิตหน้าที่การงาน 4.ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัย เป็นคง กระพัน แคล้วคลาด 5.เป็นเมตตามหานิยม เข้าหาติดต่อราชการ ธุรกิจ การค้า คนเกรงใจ 6.นำความร่มเย็นเป็นสุข ความเจริญ ความสมหวังมาให้ 7.ทำมาค้าขายดีเป็นสื่อนำโชคลาภนานาประการมีอำนาจทางการค้า 8.สัตว์ร้าย เขี้ยวงาสารพัด งูเงี้ยวเขี้ยวขอ อสรพิษไม่กล้า กล้ำกรายเข้าใกล้ เพราะเกรงตบะบารมีขององค์พญาครุฑเป็นที่สุด



http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ ครุฑเหนือคน


  ครุฑเหนือคน หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้  มีอำนาจอยู่บนฟ้า แก้คน ดวงชง ดวงดับ ดวงเคราะห์ คนเกิดปีชง ปีขาล ปีมะเส็ง ปีวอก ปีกุน ครุฑคุ้ม ครองได้หมด และคุ้มครองได้ตลอดไปด้วย สร้างเนื้อเงินจำนวน 302 องค์ สร้างเนื้อนวโลหะจำนวน 1,120 องค์  สร้างเนื้อทองผสมจำนวน 2,082 องค์ 



ที่มา เอกอุ คอลัมน์หลังเลนส์ส่องพระ


หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม จ.สิงห์บุรี


หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม จ.สิงห์บุรี

http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม จ.สิงห์บุรี
 
 หลวงพ่อจวน สุจิตโต  หรือ  พระครูสุจิตตานุรักษ์  แห่งวัดหนองสุ่ม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่มีลูกศิษย์ลูกหาเลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก

หลวงพ่อจวนเป็นพระเถราจารย์ที่มีจริยาวัตรที่น่าเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง มีบุคลิกที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีอัธยาศัยดี มีเมตตา และสมถะ สมเป็นผู้ทรงศีล ใครได้พบเห็นจะเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแท้จริง

วัดหนองสุ่ม ในอดีตอยู่ในท้องที่ ต.ห้วยชัน อ.อินทร์บุรี แต่ก่อนเป็นชุมชนล้าหลัง ชุกชุมด้วยโจรผู้ร้าย ชาวบ้านหาที่พึ่งยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ได้

จากสภาพท้องที่กันดาร การคมนาคมไม่สะดวก ไม่มีถนน ไม่มีการติดต่อที่สะดวกสบาย ชาวบ้านต้องช่วยเหลือปกป้องตัวเองตามมีตามเกิด

ณ ที่แห่งนี้เอง หลวงพ่อจวน ได้ถือกำเนิด เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2458 ที่ ต.ห้วยชัน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ด้วยฐานะยากจน พ่อแม่สิ้นชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ ได้เรียนหนังสือจบแค่ชั้นประถมศึกษา

พ.ศ.2473 บรรพชาที่วัดหนองสุ่ม แต่บวชได้เพียง 3 ปี ก็ลาสิกขา เพื่อไปช่วยครอบครัวประกอบอาชีพกสิกรรม

พ.ศ.2475 อายุได้ 22 ปี ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดประศุก ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี ได้มาจำพรรษาที่วัดหนองสุ่ม 1 พรรษา แล้วย้ายไปอยู่ที่วัดโพธิลังกา ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก

ครั้น พ.ศ.2482 หลวงพ่อจวนได้ลาสิกขาไปประมาณ 5 เดือน เพื่อไปช่วยงานพี่สาวที่อุปการะเลี้ยงดู

หลังจากนั้น หลวงพ่อจวนท่านได้อุปสมบทใหม่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2483 ณ พัทธสีมา วัดประศุก และได้มาจำพรรษาอยู่วัดหนองสุ่ม

หลวงพ่อจวน ได้มุ่งศึกษาด้านวิปัสสนากรรมฐานจากหลวงพ่อแป้น วัดบ้านไร่ (วัดโฆสิทธาธรรม) หลวงพ่อกอง จ.สุโขทัย, หลวงพ่อปั้น วัดค้างคาว อ.สรรคบุรี, หลวงพ่อลา วัดโพธิศรี, หลวงพ่อผึ่ง วัดโบสถ์, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงพ่อเจ๊ก วัดระนาม, หลวงพ่อโต๊ะ วัด กำแพง, หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน, หลวงพ่อเอาะ วัดม่วง, หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรีเจริญสุข เป็นต้น

หลวงพ่อจวน กอปรด้วยศีลที่งดงาม มีเมตตาธรรมสูง ถือสันโดษ มีปฏิปทาต่อสาธุชน ไม่เลือกยากดีมีจน มีผู้คนไปขอความเมตตาจากท่าน เวลามีทุกข์ร้อน จะไปกราบไหว้ขอพร และรดน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อปัดเป่าความทุกข์ร้อน จนเป็นที่เลื่องลือกันว่าน้ำมนต์ของท่านขลังศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

หลวงพ่อจวนได้พัฒนาวัด สร้างโรงเรียน สร้างความเจริญให้หมู่บ้านแห่งนี้ ส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาเข้าวัดและประกอบสัมมาชีพ ทำให้พื้นที่ แห่งนี้กลายเป็นชุมชนแห่งความสงบสุข ตลอดชีวิตหลวงพ่อจวน

จึงไม่เป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไมในแต่ละวัน คนจึงไปกราบไหว้รดน้ำพระพุทธมนต์จากหลวงพ่อจวนเป็นประจำ

หลวงพ่อจวนได้ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2536 สิริอายุได้ 79 ปี พรรษา 55

ใน ด้าน
พระเครื่องของหลวงพ่อจวน กล่าวได้ว่า พระเครื่องของหลวงพ่อจวนแต่ละรุ่น มีกิตติคุณเลื่องลือว่าเข้มขลังยิ่งนัก มีพุทธคุณโดดเด่นด้านแคล้วคลาดภยันตรายและเมตตามหานิยม ค้าขายเจริญรุ่งเรือง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของบรรดานักสะสมพระเครื่อง ที่ต่างเสาะแสวงหาไว้บูชาครอบครอง
พระเครื่องหลวงพ่อจวนที่หายาก มีอยู่หลายรุ่น แต่ที่นับว่าขลังศักดิ์สิทธิ์ คือ พระรูปหล่อเหมือนหลวงพ่อจวน เนื้อโลหะกะไหล่ทอง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2519 ที่สังฆาฏิ ด้านหลังมีจารึก "มหาเศรษฐี" กับเหรียญรูปใบเสมารมดำ และกะไหล่ทอง สร้างในปี 2494 และ 2499 ได้รับการชี้แจงจากพระครูพิทักษ์ศาสนวงศ์ว่า วัดหนองสุ่มได้เก็บรักษาไว้ และพร้อมจะนำออกให้บูชา เพื่อสมทบทุนนำปัจจัยบูรณะวัด ตามความเหมาะสมต่อไป

ผู้สนใจสามารถไปขอเช่าบูชา
พระเครื่องหลวงพ่อจวน ได้ที่วัดหนองสุ่ม ต.ห้วยชัน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี สามารถเดินทางไปที่วัด ด้วยการไปที่ จ.สิงห์บุรี ออกจากตัวจังหวัดสิงห์บุรี ถึงสี่แยกหลักเมือง เลี้ยวขวาบนเส้นทางสิงห์บุรี-อินทร์บุรี-ชัยนาท ประมาณ 20 กิโลเมตรจะพบทางแยก ซ้ายมือมีป้ายบอก ทางไปวัดหนองสุ่มเลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณไม่ถึง 10 กิโลเมตร จะถึงวัดหนองสุ่ม การคมนาคมสะดวก ไปเช้ากลับเย็นได้สบาย

แม้ว่าหลวงพ่อจวนจะละสังขารไปนานเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ชื่อเสียงและคุณงามความดีของหลวงพ่อจวน
มุ่งปฏิบัติธรรม ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เข้มขลัง เป็นที่ยกย่องจากชาวบ้าน ยังอยู่ในความทรงจำของพุทธศาสนิกชนสืบไป

ที่มา  คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6