วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

หลวงพ่อสวัสดิ์ โสตถิทัตโต วัดศาลาปูนวรวิหาร อยุธยา

 
 
 หลวงพ่อสวัสดิ์ โสตถิทัตโต วัดศาลาปูนวรวิหาร อยุธยา
 
http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 หลวง พ่อสวัสดิ์ โสตถิทัตโต วัดศาลาปูนวรวิหาร อยุธยา
 

 หลวงพ่อสวัสดิ์ โสตถิทัตโต  ถือเป็นพระเกจิที่มีอายุมากที่สุดอีกรูปหนึ่ง ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีวัตรปฏิบัติดี เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม เป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจของพุทธศาสนิก ชนทั่วไป วัตถุมงคลและเครื่องรางที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ

ปัจจุบัน หลวงพ่อสวัสดิ์ หรือพระราชสิทธิมงคล สิริอายุ 93 ปี พรรษา 73 ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร อ.พระนคร ศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

กล่าว สำหรับวัดศาลาปูน ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรี อยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ อันศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ พระเจดีย์รวมทั้งยังเป็นที่ประทับของพระราชาคณะชั้นสมเด็จ ที่อยู่ต่างหัวเมือง

พระครูอนุกูลศาสนกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศาลาปูน ผู้ดูแลใกล้ชิดหลวงพ่อสวัสดิ์ บอกเล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อสวัสดิ์ ได้กล่าวปรารภว่า มีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากเดินทางมาที่วัด เพื่อขอเหรียญวัตถุมงคลติดตัวไว้บูชาเป็นสิริมงคลและรำลึกถึงหลวงพ่อ

ดังนั้น วัดศาลาปูน จึงได้จัดสร้าง "เหรียญ หลวงพ่อสวัสดิ์ รุ่นปลอดภัย" เมื่อช่วงก่อนเข้าพรรษาปี 2551

ในการนี้ หลวงพ่อสวัสดิ์ ได้เมตตานั่งอธิษฐานจิตเดี่ยวให้ตลอดไตรมาส เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมาทำบุญ รายได้ส่วนหนึ่งได้นำไปบูรณะกุฏิที่ชำรุดทรุดโทรม โดยหลวงพ่อสวัสดิ์ได้ย้ำให้กับลูกศิษย์ที่บูชาไป ว่า "ถึงแม้จะมีวัตถุมงคลติดตัว แต่จะทำการใดขออย่าประมาท แล้วชีวิตจะดีขึ้น"

เหรียญรุ่นนี้ จัดสร้าง 4 เนื้อ คือ เนื้อทองแดง จำนวน 5,000 เหรียญ เนื้อนวโลหะ 5,000 เหรียญ เนื้อกะไหล่ทอง 1,000 เหรียญ และเนื้อเงิน 500 เหรียญ ลักษณะเหรียญเป็นรูปใบเสมา มีหูห่วง

ด้านหน้าเหรียญ ตรงขอบเหรียญล้อมด้วยรูปพญานาค ตรงกลางเหรียญมีรูปหลวงพ่อสวัสดิ์ครึ่งองค์หันหน้าตรง พิมพ์นูนสูง ด้านบนขอบเหรียญ เขียนคำว่า "หลวงพ่อสวัสดิ์" ใต้รูปหลวงพ่อเขียนคำว่า "พระราชสิทธิมงคล"

ด้านหลังเหรียญ ยกขอบเรียบรอบเหรียญ มียันต์พุดซ้อนอยู่ตรงกลางเหรียญ ระหว่างยอดยันต์ ด้ายซ้ายเขียนคำว่า "ปลอด" ด้านขวาเขียนคำว่า "ภัย" มีตัวอักขระภาษาขอม เขียนอยู่กลางเหรียญและใต้ยันต์ เหนือขอบด้านล่างมีอักษรเขียนว่า "วัดศาลาปูน พระนครศรีอยุธยา"

ในพื้นที่เมืองกรุงเก่า เหรียญรุ่นดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่ยวดยานพาหนะประเภทรถจักรยานยนต์และรถยนต์ จะพกติดตัวไว้บูชา ด้วยเชื่อว่าจะทำให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

เหรียญ รุ่นนี้ปัจจุบันเหลือน้อยมาก โดยเฉพาะเนื้อทองแดงและเนื้อนวโลหะ มีผู้บูชาไปหมดแล้ว ที่วัดยังมีเหลือแต่เนื้อกะไหล่ทองและเนื้อเงิน



 
 

ชวนไหว้ขอพร เจ้าพ่อเขาใหญ่ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี



ชวนไหว้ขอพร เจ้าพ่อเขาใหญ่ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี


http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ 
พระเครื่อง
ชวนไหว้ขอพร เจ้าพ่อเขาใหญ่ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

นายเนาว์ วงษ์มณีวรรณ เลขาฯ ประธานศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า เป็นประจำทุกปีในช่วงหลังเทศกาลตรุษจีน จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน เดินทางมากราบไหว้สักการะขอพรเจ้าพ่อเขาใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อ.เกาะสีชัง ได้กำหนดการสักการะเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งแต่ช่วงเทศกาลตรุษจีนไปจนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2553 รวมระยะเวลา 1 เดือน โดยจัดเตรียมเรื่องของอาหารจัดเลี้ยงผู้ที่เดินทางให้รับประทานฟรีตลอดทั้ง วันด้วย ในการนี้ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อ.เกาะสีชัง ได้จัดเตรียมความพร้อมในเรื่องมาตรการความปลอดภัยดูแลนักท่องเที่ยวที่เดิน ทางมากราบไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ ได้ประสานไปยังอ.เกาะสีชัง เทศบาลต.เกาะสีชัง สถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง อ.ศรีราชา สถานีตำรวจภูธรศรีราชาและเทศบาลเมืองศรีราชา ให้ช่วยจัดส่งเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในเรื่องของการจราจร และการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาลงเรือที่ท่าเทียบ เรือเกาะลอยศรีราชา โดยจะดูแลตั้งแต่นักท่องเที่ยวลงเรือโดยสารเพื่อข้ามฟากมายังอ.เกาะสีชัง มีเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกในเรื่องของความปลอดภัยในเรื่องเรือ โดยสาร มีการตรวจและควบคุมจำนวนผู้โดยสารห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่กำหนดเด็ด ขาด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับองค์เจ้าพ่อเขาใหญ่ เป็นรูปหินที่เกิดจากธรรมชาติอายุหลายหมื่นปี จากจารึกภาษาจีนโบราณ ที่นายยุ่นเซิ้ง เซิ้นหวง ชาวอำเภอบุงเชียง เกาะไหหลำ ประเทศจีน เป็นผู้จารึกไว้ในไม้สักเก่าแก่ราวปี พ.ศ.2426 ว่า ได้เดินทางด้วยเรือมาจอดทอดสมออยู่หน้าเกาะสีชัง ได้เห็นแสงไฟอยู่บนเขา จึงได้ปีนขึ้นไป พบรูปหินย้อยลักษณะเหมือนศีรษะคน ตรงตามตำราจีนว่าเป็นรูปเจ้าพ่อที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ อยู่ในถ้ำในเขากลางทะเลและหันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีน้ำอยู่ ชาวจีนโบราณเชื่อถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มหัศจรรย์ มีความเชื่อกันว่า ใครที่ได้ไปกราบไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี จะได้โชคลาภอันวิเศษมหาศาล



ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี



ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

 ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเขาคยาศิระเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่บรรดาชาวจีนทั้งในและต่างประเทศให้ความเคารพสักการะ 
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เป็นอาคารใหญ่ลักษณะทรงวิหารจีนนอกจากองค์ เจ้าพ่อเขาใหญ่แล้วภายในยังเป็นที่ ประดิษฐานของเจ้าพ่อเห่งเจียเจ้าแม่กวนอิมพระสังกัจจายน์ ในช่วงตรุษจีนจะมีผู้คนมาบวงสรวงสักการะเนืองแน่นด้วยความเชื่อว่าจะทำให้กิจการค้าเจริญรุ่งเรือง  เชื่อกันว่าใครได้ไปกราบไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ติดต่อกันเป็นเวลา ๓ ปี จะได้โชคลาภอันวิเศษ

   

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 
ประวัติความเป็นมา เจ้าพ่อเขาใหญ่
        
เป็นรูปหินที่เกิดจากธรรมชาติเมื่อหลายหมื่นปีมาแล้ว จากจารึกภาษาจีนโบราณที่นายอุ้งเซ็ง แซ่อึ้ง ภาษาแต้จิ๋ว หรือนายยุ่นเซิ้ง เซิ้นหวง ภาษาจีนกลาง ชาวอำเภอบุงเชียง จังหวัดไหหลำ เกาะไหหลำ ประเทศจีน เป็นผู้จารึกไว้ในไม้สักเก่าแก่ราว ค.ศ.1883 ปีพ.ศ.2426 ราว 124 ปีมาแล้ว ซึ่งขณะนี้เก็บรักษาไว้ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เกาะสีชังซินแสผู้สูงอายุที่มาทำหน้าที่เป็นเสมียนจีนในเทศกาลไหว้เจ้าได้แปลไว้ว่าขณะที่ มาจอดทอดสมอเรืออยู่หน้าเกาะได้เห็นแสงไฟอยู่บนเขาจึงได้ปีนขึ้นไปดู พบรูปหินย้อยลักษณะเหมือนศีรษะคนตรงตามตำราจีนว่าเป็นรูปเจ้าพ่อที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ อยู่ในถ้ำในเขากลางทะเลและหันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีน้ำอยู่ ข้างหน้าตามที่ชาวจีนโบราณเชื่อถือว่า“เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ มหัศจรรย์”

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
โดยเฉพาะชาวจีนที่เดินเรือจะให้ความ เคารพนับถือมาก เพราะทุกครั้งที่เรือเกิดอุบัติเหตุรั่วน้ำเข้าเรือ ทุกคนก็จะบนเจ้าพ่อเขาใหญ่ ให้ช่วยเพื่อมิให้เรือต้องอัปปางกลางทะเล ปรากฎว่ามีแมงกะพรุนลอยมาปะที่รูรั่วทำให้น้ำหยุดไหลทันที่เมื่อมาเดินทางมา ถึงเกาะสีชังก็จะนำเรือเข้าเกยตื้นและทำการอุดรูรั่ว ความศักดิ์สิทธิ์นี้เองจึงทำให้เจ้าพ่อเป็นที่นับถือของผู้คนทั่วสารทิศ โดยเฉพาะคนจีนย่านเยาวราช ทุกปีจะมีคนมาไหว้เป็นจำนวนมากแม้แต่ชาวต่งชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซียและสิงค์โปร์  ในแต่ละปีจะมีผู้ที่บนท่านไว้จะนำลิเกมาเล่นถวายเป็นแรมเดือน เพราะสิ่งที่บนไว้ ได้ดังสมใจ สมความปรารถนา


 


น้ำโขงลดต่ำจนเห็นพระธาตุกลางน้ำ หรือ พระธาตุหล้าหนอง จ.หนองคาย ชัดเจน


น้ำโขงลดต่ำจนเห็นพระธาตุกลางน้ำ หรือ พระธาตุหล้าหนอง จ.หนองคาย ชัดเจน

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง


 น้ำโขงลดต่ำจนเห็นพระธาตุกลางน้ำ หรือ พระธาตุหล้าหนอง จ.หนองคาย ชัดเจน


หนองคาย - น้ำโขงน่าห่วง ลดต่ำต่อเนื่อง จนทำให้พระธาตุกลางน้ำที่เคยจมอยู่กลางน้ำโขงนานกว่า 163 ปี โผล่ให้เห็นเด่นชัดกว่า 4 เมตร ทั้งที่ทุกปีเห็นเพียงเล็กน้อย สะท้อนชัดภาพน้ำโขงวิกฤต




ด.ต.บุญล้วน ริยะบุตร ผบ.หมู่ผู้ควบคุมเรือ พ.12 สถานีเรือหนองคาย 6 กองกำกับการ 11 กองบังคับการตำรวจน้ำ (สรน.6กก.11บก.รน.) ได้นำสื่อมวลชนจังหวัดหนองคายออกสำรวจระดับน้ำโขง ตั้งแต่จุดจอดเรือตำรวจน้ำไปจนถึงพระธาตุกลางน้ำ ระยะทางประมาณ 3 กม.


หลังจากที่น้ำโขงลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง วัดได้ 0.32 เมตร ต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี ทำให้พระธาตุกลางน้ำ หรือพระธาตุหล้าหนอง ที่ชาวบ้านสร้างขึ้นมาเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุฝ่าพระบาทเบื้องขวาของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จำนวน 9 องค์ ซึ่งเดิมตั้งอยู่กลางลานวัดธาตุ แต่ถูกกระแสน้ำโขงที่เชี่ยวกรากกัดเซาะตลิ่งพังเสียหาย


ทำให้องค์พระธาตุจมลงไปในแม่น้ำโขง เมื่อ ปี พ.ศ.2390 ระยะเวลาที่จมลงในแม่น้ำโขงจนถึงปีนี้รวม 163 ปี ในลักษณะล้มตะแคงด้านขวา ยอดพระธาตุจมอยู่ใต้น้ำ เมื่อน้ำโขงลดระดับในทุกปีจะเห็นเพียงริมขอบฐานด้านล่างขององค์พระธาตุเพียง 1-2 เมตรเท่านั้น แต่มาถึงปีนี้ปรากฏว่าสามารถมองเห็นฐานของพระธาตุและส่วนกลางองค์พระ ธาตุได้อย่างชัดเจน หรือประมาณ 4-5 เมตรจากผิวน้ำโขง


ด.ต.บุญล้วน ริยะบุตร กล่าวว่า ปีนี้ปริมาณน้ำโขงลดลงมากผิดปกติจากทุกปี บริเวณฝั่งตรงข้ามกับท่าจอดเรือตำรวจน้ำหนองคาย เกิดเป็นหาดทรายของฝั่งลาวกว้างกว่าทุกปี ทำให้ร่องน้ำลึกในแม่น้ำโขงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เวลาที่ตำรวจน้ำออกลาดตระเวนก็ต้องสังเกตแนวร่องน้ำลึกไม่ให้ท้องเรือติดกับ พื้นทราย ซึ่งมักจะเกิดปัญหาท้องเรือติดพื้นทรายอยู่บ่อยครั้งในขณะน้ำลด ส่งผลให้การลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ลำบากขึ้นและเสี่ยงต่อการชำรุด ของเรือตรวจการณ์


ทั้งนี้ การที่เห็นส่วนของพระธาตุกลางน้ำชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าปีนี้ระดับน้ำโขงลดลงมาก จนน่าเป็นห่วงว่าจะมีเพียงพอใช้ของประชาชนริมฝั่งโขงหรือไม่



5 พระศิลาทวารวดี


5 พระศิลาทวารวดี

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระพุทธรูปศิลา วัดหน้าพระเมรุ อยุธยา

ในจำนวนพระพุทธรูปสำคัญ มากมายหลายองค์ในไทย หากจะนับกันด้วยอายุแล้ว พระพุทธรูปศิลปะทวารวดี ปางประทับห้อยพระบาท หรือที่เรียกกันว่า พระปางป่าเลไลยก์ มีอายุการสร้างเก่าแก่ที่สุด

บริเวณลานชั้นลดด้าน ทิศใต้ องค์พระ ปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม มีพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี ปางประทานปฐมเทศนา ประทับห้อยพระบาทบนฐานกลมประดับกลีบบัวคว่ำบัวหงาย พระพักตร์ แบนใหญ่ ความสูงจากพระบาทถึงพระรัศมี 148 นิ้ว ประดิษฐานอยู่

พระพุทธรูป องค์นี้มีชื่อเป็นทางการว่าพระพุทธนรเชษฐ์ เศวตอัศมมัยมุนี ศรีทวารวดี ปูชนียบพิตร สภาพองค์พระทำด้วยศิลาฉาบปูนสีขาว ชาวบ้านเรียกกันว่า พระขาว หรือหลวงพ่อขาว

ข้อมูลจากหนังสือพระพุทธรูปสำคัญ กรมศิลปากรจัดพิมพ์เผยแพร่ ปี 2544 เดิมเป็นพระพุทธรูปประจำมุขทิศของพระเจดีย์สมัยทวาร-วดีองค์หนึ่ง ในวัดทุ่งพระเมรุ หรือวัดพระเมรุ

วัดนี้ เดิมทีเป็นวัดร้าง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามใหม่ว่า สวนนันทอุทยาน ในตำบลพระปฐมเจดีย์

พระพุทธรูปชุดนี้มีทั้งหมด (เพียง?) 4 องค์ องค์ที่สมบูรณ์ที่สุด ปัจจุบันอยู่ในพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ ส่วนอีก 3 องค์ ชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปในที่ต่างๆ

กรมศิลปากรให้ข้อมูลว่า เริ่มขุดค้นทางโบราณคดี ที่วัดทุ่งพระเมรุ นครปฐม เมื่อปลายปี 2481 ถึงต้นปี 2482 พบสถูปองค์ใหญ่สมัยทวาร-วดี แสดงว่ามีร่องรอย มุขประจำทิศทั้ง 4 ที่ฐานเจดีย์ พบที่สำหรับตั้งพระพุทธรูป และซากหินสำหรับรององค์พระ แสดงว่าเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่มาก่อน

เมื่อสืบค้นก็ พบว่า ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการขุดพบและอัญเชิญพระพุทธรูปชุดนี้ ไปเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ เป็นองค์แรก

ถึงสมัย รัชกาลที่ 5 ก็ได้ขุดพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปชุดนี้อีก แต่ไม่พบเต็มองค์ พบแต่เป็นชิ้นๆ ไม่มีพระเศียร รวบรวมไว้ได้ราว 2 องค์ เก็บรักษาไว้ที่ระเบียงคดด้านนอกองค์พระปฐมเจดีย์

ต่อมาเมื่อปี 2501 ได้มีการขุดพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปเนื้อหินสีขาว แบบเดียวกันที่วัดพระยากง ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่า พระพุทธรูปศิลาขาวชุดนี้ พระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาอัญเชิญมาจากนครปฐม

เค้าลางจากชิ้นส่วนที่ ขุดพบ กรมศิลปากรติดตามไปพบพระเศียรจากร้านขายของเก่าสองร้าน ผู้ซื้อไว้สารภาพว่าผู้ขายนำมาจากอยุธยา จึงสันนิษฐานว่า ได้มาจากวัดพระยากง

ระหว่างการค้นหา ได้ข้อมูลจากชาวบ้านย่านวัดขุนพรหมว่า เมื่อราว 14-15 ปี ก่อนหน้า เคยมีส่วนในการขนย้ายพระพุทธรูป 3 องค์จากวัดพระยากงไปไว้วัดขุนพรหม จำได้แต่ว่าพระไม่สมบูรณ์ถูกนำไปพอกปูนใหม่

เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ติดตามไปวัดขุนพรหม กะเทาะปูนออกแล้ว พบชิ้นส่วนพระศิลาชุดเดียวกัน เมื่อนำไปรวมกับชิ้นส่วนที่ระเบียงวัดพระปฐมเจดีย์ ก็พอประกอบเป็นพระพุทธรูปได้เต็มสมบูรณ์ 2 องค์

นำไปประดิษฐานไว้ ที่พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติเจ้าพระยาองค์หนึ่ง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครอีกองค์หนึ่ง

กระนั้น...ก็ยังเหลือ ชิ้นส่วนพระศิลาพอประกอบเป็นพระพุทธรูปได้อีก 1 องค์ เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ได้ขอให้กรมศิลปากรนำมาประกอบเป็นพระพุทธรูปไว้ที่ ลานชั้นลดด้านทิศใต้องค์พระปฐมเจดีย์

นับรวมพระพุทธรูปศิลาขาวชุด นี้ องค์แรกในพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ และองค์ที่เพิ่งประกอบได้ ที่ด้านทิศใต้องค์พระปฐมเจดีย์ ก็นับเป็นองค์ที่ 4

เข้าชุดกับเค้า ฐานศิลา จุดพบพระเดิมที่วัดทุ่งพระเมรุ นครปฐม พอดี

แต่ยังมีพระพุทธ รูปศิลาปางประทับห้อยพระบาท...ที่วัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกองค์หนึ่ง

พระศิลาองค์นี้มีจารึกว่า ผู้รักษาเมืองอยุธยา สมัยรัชกาลที่ 3 ย้ายมาจากวัดมหาธาตุในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ขุดพบศิลาเรือนแก้วอันหนึ่ง ที่วัดพระเมรุ นครปฐม นำมาเทียบกับพระศิลาวัดหน้าพระเมรุ (อยุธยา) ก็ปรับเข้ากันได้สนิท

ใน การขุดค้นครั้งปี 2481-2482 ศาสตราจารย์ ปิแอร์ ดูปองด์ นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ขุดพบท่อนพระเพลา พระกร และนิ้วพระหัตถ์ อีกหลายนิ้ว ขนาดเดียวกับพระศิลาวัดหน้าพระเมรุ อยุธยา จึงเชื่อกันว่า พระพุทธรูปวัดหน้าพระเมรุ อยุธยา อัญเชิญมาจากวัดทุ่งพระเมรุ นครปฐม

หาก นับจากเค้าฐานรอบพระเจดีย์ทวารวดี ที่วัดทุ่งพระเมรุ นครปฐม มีพระพุทธรูปอยู่เพียง 4 ทิศ คือ 4 องค์ ปัญหาที่จะต้องสืบค้นกันต่อไป ก็คือ

พระพุทธรูปศิลาองค์ที่ 5 ที่วัดหน้า พระเมรุ อยุธยา นำมาจากนครปฐมหรือไม่ หรือองค์ใดองค์หนึ่ง ใน 3 องค์จากชุดแรก แปลกปลอมมาจากชิ้นส่วนพระศิลาองค์อื่น.



ประกาศผลสอบบาลีประโยค 9 (ป.ธ.9) ผ่าน 43 รูป วัดสร้อยทอง ครองแชมป์ 5 รูป

 
 
ประกาศผลสอบบาลีประโยค 9 (ป.ธ.9) ผ่าน 43 รูป วัดสร้อยทอง ครองแชมป์ 5 รูป
 
http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
  สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ

 

ข่าวพระเครื่อง กองบาลีสนามหลวงประกาศผลสอบพระภิกษุ-สามาเณร ผ่าน เปรียญธรรม 9 ประโยคปี 53 ทัั้งสิ้น 43 รูป จาก 455 รูป วัดสร้อยทอง ครองแชมป์สูงสุด 5 รูป เทพลีลา-ธรรมกาย รองลงมา

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่วัดสามพระยา เขตพระนคร กทม. มีการประกาศผลสอบบาลีประโยค 9 (ป.ธ.9) ซึ่งถือเป็นสนามประลองความรู้วิชาบาลีชั้นสูงสุดของประเทศไทย จัดโดยแม่กองบาลีสนามหลวง มีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ในฐานะแม่กองบาลีสนามหลวง เป็นประธาน ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แม้จะมีสภาพอากาศค่อนข้างร้อน แต่ยังมีปรมาจารย์ภาษาบาลีระดับสุดยอดของประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ พระพรหมเมธาจารย์ (ป.ธ.9) วัดบุรณศิริมาตยาราม พระธรรมปริยัติเวที วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม พระธรรมปิฎก วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี พระเทพคุณาภรณ์(ป.ธ.9) วัดเทวราชกุญชร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีเจ้าสำนักเรียนบาลีจากทั่วประเทศ ที่ส่งพระภิกษุสามเณรเข้าสอบ พระภิกษุและสามเณรจากวัดต่างๆ รวมไปถึงญาติพี่น้องและคณะศิษยานุศิษย์ เดินทางมาร่วมรอรับฟังผลสอบเป็นจำนวนมาก
ข่าวพระเครื่องจนกระทั่ง เวลา 15.00 น. คณะกรรมการตรวจผลสอบประโยคสนามหลวง ได้ทำการตรวจทานความถูกต้องจนเสร็จเรียบร้อย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้ประกอบพิธีสวดมนต์ ก่อนที่พระธรรมปัญญาภรณ์ เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง ได้ขึ้นประกาศรายชื่อผู้สอบประโยคบาลีสนามหลวง ป.ธ.9 ประจำปี 2553 มีผู้สอบไล่ได้ทั้งสิ้น จำนวน 43 รูป จากผู้เข้าสอบทั้งสิ้น 455 รูป ดังนี้ 1. พระมหาปรีชา ชุติญาโณ วัดชนะสงคราม 2. พระครูปลัดสุวัฒนพรหมวุฒิคุณ วัดไตรมิตรวิทยาราม 3. พระมหาสมพร สุภากาโร วัดเทพลีลา 4. พระมหาเกรียงศักดิ์ รตนโชโต วัดเทพลีลา 5. พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ วัดเทพลีลา 6. พระมหาธีรชัย ทตฺตสิริ วัดเทพลีลา 7. พระมหาประจักษ์ เขมกาโม วัดนรนาถสุนทริการาม 8. พระมหาพรพล วรพโล วัดเทวราชกุญชร 9. พระมหาอุทิศ เทวสิริ วัดพรหมวงศาราม 10. พระมหาเจนศักดิ์ อินทปญฺโญ วัดพรหมวงศาราม

11. พระมหาสิน เอกคฺคจิตฺโต วัดพระเชตุพนฯ 12. พระมหาสมหวัง ฐิตสํวโร วัดพระเชตุพนฯ 13. พระมหาเดช ณฏฺฐิโก วัดมหาพฤฒาราม 14. พระมหายศวิน นาถกโร วัดสร้อยทอง 15. พระมหาถาวร เทวมิตฺโต วัดสร้อยทอง 16. พระมหาอำนาจ รตโน วัดสร้อยทอง 17. พระมหาธีรพันธ์ ธีรกิตฺติ วัดสร้อยทอง 18. สามเณรอนุชน คำมี วัดสร้อยทอง 19. สามเณรบุญยงค์ พลสิงห์ วัดสระเทศ 20. พระมหาภูษิต อคฺควณฺโณ วัดสามพระยา 21. พระมหานิรันดร์ กลฺยาณเมธี วัดสามพระยา 22. พระมหาสุรศักดิ์ ขนฺติธมฺโม วัดสังเวชวิศยาราม 23. พระมหาภาณุมาศ วรธมฺโม วัดโสมนัส 24. พระมหาสุทธิพงษ์ สุทฺธิวํโส วัดประยุรวงศาวาส 25. พระมหาชัยณรงค์ ชินวโร วัดโมลีโลยาราม 26. พระมหาบุญลือ ปุณฺณโก วัดโมลีโลกยาราม 27. พระมหาภูดิศ ปุญฺญสิทฺธิ วัดนางนอง 28. พระมหาปัญญา อินฺทญาโณ วัดอนงคาราม 29. พระมหาเพ็ญภาค ฐิตมโน วัดอรุณราชวราราม 30. พระมหาวุฒิชัย วุฑฺฒิชโย วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี 31. พระมหานนทพัทธ์ กวิชโย วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี 32. พระมหานรเทพ สิทฺธโย วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี 33. พระมหาวิทยา ฐิตฺตชโย วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี

34. สามเณรโชคชัย คนไว วัดพระนอนจักรสีห์ จ.สิงห์บุรี 35. พระมหากิตติ โกวิโทภาโส วัดจองคำ จ.ลำปาง 36. พระมหานิรันดร์ สาสโนภาโส วัดจองคำ จ.ลำปาง 37. พระมหาสุมินทร์ ยติกโร วัดชัยภูมิพิทักษ์ จ.ชัยภูมิ 38. พระมหายุทธนา ธมฺมวํโส วัดป่าประดู่ จ.ระยอง 39. พระมหาสัมฤทธิ์ สิริวณฺโณ วัดสุทธิวารี จ.จันทบุรี 40. พระมหาสมัย นิรุตฺติเมธี วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม 41. พระมหาวีรยุทธ วีรยุทฺโธ วัดไร่ขิง จ.นครปฐม 42. พระมหาอนุวัชร์ อภิชาโต วัดสองพี่น้อง 43. สามเณรพงษ์พัฒน์ บ่อคำเกิด วัดหาดใหญ่สิตาราม

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แม่กองธรรมสนามหลวง กล่าวว่า ผลการสอบน่าพอใจ แต่น่าจะดีกว่านี้ แม้ว่าจะได้จำนวนไม่มากนัก ทั้งที่ปัจจุบันนักเรียนมีเครื่องมือในการเรียนการสอนที่ทันสมัย มีครูอาจารย์ มีการสอนพิเศษ ทำไมไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนักเรียนที่สอบไล่ได้ส่วนใหญ่จะอยู่สำนักเรียนใหญ่ ในกรุงเทพฯ ส่วนสำนักเรียนต่างจังหวัดไม่ค่อยสอบไล่ได้ ที่น่าชมเชยคือสำนักเรียนวัดจองคำ จ.ลำปาง ถือว่ามีสถิติน่าพอใจ
ข่าวพระเครื่องทั้งนี้ สำนักเรียนที่มีพระภิกษุ สามเณรสอบไล่ได้ปเปรียญธรรม 9 ประโยค สูงสุดคือ วัดสร้อยทอง จำนวนมากถึง 5 รูป รองลงมาได้แก่ วัดเทพลีลา 4 รูป วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี 4 รูป ส่วนสามเณร มีสอบไล่ได้ 4 รูป ซึ่งจะได้ทำการอุปสมบทพระราชทานต่อไป.





พระขุนแผน วัดพระรูป สุพรรณบุรี



พระขุนแผน วัดพระรูป สุพรรณบุรี
http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระขุนแผน วัดพระรูป สุพรรณบุรี

วัดพระรูป ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี เป็นวัดเก่าแก่โบราณวัดหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ผ่านทั้งความเจริญรุ่งเรืองและความเสื่อมจนกลายเป็นวัดร้างมาแล้วหลาย ครั้งหลายครา

โบราณสถานและโบราณวัตถุอันล้ำค่าของวัด จึงมีแทบทุกยุคสมัย ทั้งแบบพุทธศิลปะสมัยทวารวดี พระเจดีย์ศิลปะสมัยอู่ทอง รอยพระพุทธบาทไม้จำหลักที่มีศิลปะงดงาม อันนับเป็นสมบัติล้ำค่าและทรงคุณค่าของชาติและศาสนา อีกทั้งพระพุทธรูปปางไสยาสน์ก่ออิฐถือปูนขาวโบราณ พุทธศิลปะอู่ทอง ที่เรียกได้ว่าเป็นผลงานชั้นครู นอกจากนี้ยังมี ระฆังอายุ 200 ปี เก๋งจีน และธรรมาสน์สังเค็ดสมัยอยุธยา นับเป็นพุทธสถานที่มีค่าควรเมืองและควรแก่การอนุรักษ์ เพื่อเป็นมรดกล้ำค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีสืบไป


http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระขุนแผน วัดพระรูป สุพรรณบุรี


ในปี พ.ศ.2378 ท่านมหากวีเอกของไทย "สุนทรภู่" ได้เดินทางมาที่ จ.สุพรรณบุรี และได้กล่าวถึง "วัดพระรูป" ไว้ในโคลงนิราศเมืองสุพรรณ ตอนหนึ่งว่า

"..ฝั่งซ้ายฝ่ายฟากโน้น พิสดาร

มีวัดพระรูป บุราณ ท่านสร้าง

ที่ถัดวัดประตูสาร สงฆ์สู่ อยู่เอย

หย่อม ย่านบ้านขุนช้าง ชิดข้างสวน บัลลังก์"

ณ ปัจจุบัน วัดพระรูปกลับกลายเป็นวัดที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่ชื่อของวัดพระรูปกลับเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงนักนิยมสะสมพระ เครื่อง ในรูปแบบพระเครื่องที่เป็นพระขุนแผนตระกูลหนึ่ง ตามที่ทราบกันว่าเมืองสุพรรณบุรีเป็นเมืองของ "พระขุนแผน" นั่นคือ "ขุนแผนพระรูป" อันนับว่าได้รับความนิยมสูงสุด


http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระขุนแผน วัดพระรูป สุพรรณบุรี


ขุนแผนพระรูป เป็นพระเครื่องที่สร้างในสมัยอู่ทอง จึงนับว่ามีอายุเก่าแก่กว่าพระตระกูลขุนแผนทั้งหมด มีทั้งเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด พุทธลักษณะองค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย ภายในซุ้มเรือนแก้ว พระพักตร์ยาว พิมพ์ด้านหลัง เป็นหลังอูม ลักษณะพิมพ์ทรงคล้ายไข่ผ่าซีก สามารถแบ่งแยกออกไปอีกเป็น 2 พิมพ์ คือ "พิมพ์ไข่ผ่าซีก" จะมีลักษณะคล้ายไข่ไก่ผ่าซีก และ "พิมพ์แตงกวาผ่าซีก" ลักษณะจะเรียวยาว และเล็กกว่าพิมพ์ไข่ผ่าซีก

ขุนแผนพระรูป ทั้ง 2 พิมพ์ มีพุทธคุณเป็นเลิศทางด้านคงกระพันชาตรีและเมตตามหานิยม จนเป็นที่แสวงหาของนักนิยมสะสมพระเครื่องอย่างกว้างขวาง

นอกจาก ขุนแผนพระรูป แล้ว ที่วัดพระรูป ยังมีพระกรุเก่าแก่อีกมามาย อาทิ พระพลายงาม พระขุนไกร พระกุมารทอง (พระยุ่ง) ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นพระกรุเก่าที่ได้รับนิยมทั้งสิ้น

ส่วนสนนราคาก็จะลดหลั่นกันไปตามค่านิยมและความสมบูรณ์ขององค์พระ ถึงแม้จะไม่ใช่นักสะสมพระเครื่อง

ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ก็น่าแวะไปเยี่ยมชม "วัดพระรูป" นมัสการพระพุทธรูปโบราณ รอยพระพุทธบาท รวมถึงชมโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆ ภายในวัด ซึ่งล้วนทรงคุณค่าทางประวัติ ศาสตร์และโบราณคดีกันสักครั้ง

มรดกล้ำค่าเช่นนี้ต่อไปจะหาดูได้ยากยิ่งขึ้นครับผม

ที่มา

พัฒนาการ ของความรัก


พัฒนาการ ของความรัก

คอลัมน์ คำพระ

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต ป.ธ๙)


http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต ป.ธ๙)


"ความรักที่อยู่ในระดับ รักด้วยศรัทธานี้ยังไม่พ้นทุกข์ แต่ถ้าพัฒนาเป็นรักด้วยปัญญาจะไร้ทุกข์ มีความสุขเต็มเปี่ยมอยู่ในตัว และยังทำให้ผู้อื่นเป็นสุขด้วย"