วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

บูชาองคุลีธาตุ-ตักบาตรหนังสือ ถวายพระสงฆ์ 99 รูป-มาฆบูชา

บูชาองคุลีธาตุ-ตักบาตรหนังสือ ถวายพระสงฆ์ 99 รูป-มาฆบูชา
 
http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 
บูชาองคุลีธาตุ-ตักบาตรหนังสือ ถวายพระสงฆ์ 99 รูป-มาฆบูชา



ข่าวพระเครื่อง "สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี" ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน "บูชาองคุลีธาตุ ตักบาตรหนังสือดี ครั้งที่ 5" เนื่องในวันมาฆบูชา 2553 ที่ผ่านมา

โดย อัญเชิญองคุลีธาตุ (กระดูกข้อนิ้วเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า) และพระอรหันตธาตุ 8 องค์ จากสหภาพพม่า เปรียบเสมือนเป็นเครื่องระลึกถึงพระพุทธคุณ มาประดิษฐาน ณ หอประชุมพุทธคยา ชั้น 22 อาคารอัมรินทร์พลาซ่า เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

พร้อม รณรงค์วัฒน ธรรมในการตักบาตรหนัง สือ เพื่อระลึกถึงพระธรรมคุณ ถวายแด่พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และพระนิสิต 99 รูป เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระรัตนตรัย
ข่าวพระเครื่อง จากโครงการ "ตักบาตรหนังสือดี" ในปี 2552 ได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชน จึงเป็นที่มาของงานพิธี "บูชาองคุลีธาตุ ตักบาตรหนังสือดี ครั้งที่ 5" โดยเป็นการร่วมมือขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนัก งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจย่านราชประสงค์ ศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด และสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี

http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

บูชาองคุลีธาตุ-ตักบาตรหนังสือ ถวายพระสงฆ์ 99 รูป-มาฆบูชา
 
 
ข่าวพระเครื่อง วัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้คนไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ดำรง คงไว้ โดยการสืบสานประเพณีการทำบุญตักบาตร การถวายความเคารพนอบน้อมต่อพระภิกษุสงฆ์ และผู้อาวุโส การแสดงถึงความรักและความกตัญญูต่อพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างพร้อมเพรียง รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

โดยเมื่อ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 07.00 น. มีพิธีตักบาตรหนังสือดี มี นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.การคลัง เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, นายอภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายแผน วรรณเมธี ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก รวมทั้งศิลปินดาราและบุคคลชั้นนำมากมาย อาทิ สุเชาว์ พงษ์วิไล ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม พิมลรัตน์ พิศลยบุตร


http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
พระธรรมโกศาจารย์

ข่าวพระเครื่อง นอกจากการตักบาตรด้วยหนังสือดีซึ่งเป็นการร่วมบำเพ็ญทาน บารมีที่ได้อานิสงส์สูงสุดแล้ว ยังมีการแสดงธรรมในหัวข้อ "มาฆบูชา.. ความรักอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า" โดย พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และพิธีอัญเชิญองคุลีธาตุ (กระดูกข้อนิ้วเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า) และพระอรหันตธาตุของปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร และพระอานนท์ รวม 8 องค์ ประดิษฐาน ณ หอประชุมพุทธคยา ชั้น 22 อาคารอัมรินทร์พลาซ่า พร้อมเจริญพระ พุทธคุณสวดบูชาองคุลีธาตุและพระอรหันตธาตุ นำโดย ศ.อภิณัฏฐ์ กิตติพันธุ์ ประธานชมรมชีวานุภาพ ซึ่งองคุลีธาตุและพระอรหันตธาตุทั้งหมดนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากสังฆสภาแห่งสหภาพพม่า โดยค้นพบที่เจดีย์วัดปารมี เมืองภูกาม
ข่าวพระเครื่อง โครงการตักบาตรหนังสือดี จึงเป็นการรณรงค์ให้คนไทยทั่วประเทศได้สืบสานประเพณีการทำบุญตักบาตร รวมทั้งการส่งเสริมวัฒน ธรรมการอ่านให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหนังสือธรรมะและหนังสือที่ให้สารัตถะเป็นประโยชน์ในการศึกษาและเผยแผ่ธรรม

 



พระกริ่งใหญ่ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์

พระกริ่งใหญ่ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์

http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

พระกริ่งใหญ่ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์

 
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันถึงเรื่องพระกริ่งกัน พระกริ่งที่เรานิยมกันมากโดยทั่วๆ ไปก็ต้องเป็นของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ เรื่องรูปแบบการสร้างนั้นส่วนใหญ่ก็ได้รูปแบบมาจากพระกริ่งในประเทศจีนเป็น แบบอย่าง แล้วจึงนำมาประยุกต์ใช้สร้างพระกริ่งในประเทศไทยเรา พระกริ่งที่ถือเป็นต้นแบบก็คือพระกริ่งจีนใหญ่หรือที่เราเรียกกันว่าพระกริ่งใหญ่ นเองครับ

พระกริ่งใหญ่ นั้นสร้างเป็นรูปพระไภษัชคุรุ พุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในลัทธิมหายาน พระไภษัชคุรุพุทธเจ้าองค์นี้มีพุทธเกษรชื่อ วิสุทธิไพฆูรย์โลกธาตุ อยู่ทางทิศตะวันออกของโลก ได้จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ด้วยการสร้างอำนาจบารมีของพระมนุ สสพุทธเจ้า และการสร้างพระกริ่งแบบแรกได้เกิดขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14 ในสมัยราชวงศ์ถัง ต่อมาได้พบพระกริ่งใหญ่ ในกรุที่มณฑลซัวไซ ประเทศจีน และเป็นที่นิยมกราบไหว้เคารพบูชาเป็นอย่างมาก ต่อมาได้มีการค้าของประเทศจีนกับประเทศต่างๆ และได้มีพระกริ่งใหญ่มาตกอยู่กับประเทศในแหลมทอง เช่น ประเทศเขมร และประเทศไทย ในประเทศไทยได้มีผู้พบพระกริ่งใหญ่ บรรจุอยู่ในกรุสถูปร้าง 2 องค์ ที่บริเวณเมืองเก่าพระนครศรีอยุธยา และอีกองค์หนึ่งที่สถูปในจังหวัดพิษณุโลก เข้าใจว่ามีผู้นำเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แล้ว

พระกริ่งใหญ่ สร้างเป็นแบบองค์พระไภษัชคุรุ ในลัทธิมหายาน องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัยบนฐานบัวกลีบซ้อนกัน 2 ชั้น ชั้นละ 7 กลีบ พระหัตถ์ซ้ายถือวชิระ องค์พระจะมีพุทธลักษณะอวบท้วมสมบูรณ์ จึงนิยมเรียกกันว่าพระกริ่งใหญ่ พระพักตร์เป็นแบบศิลปะสกุลช่างจีนเนื้อของพระเป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์ แก่ทอง สีทองดอกบวบ ผิวออกสีน้ำตาล ที่ใต้ฐานจะปิดด้วยแผ่นทองเหลือง บรรจุเม็ดกริ่งไว้ภายใน

พระกริ่งใหญ่มีความเกี่ยวพันกับการสร้างพระกริ่งในประเทศไทย เกี่ยวเนื่องกับการสร้างพระกริ่งปวเรศ และพระกริ่งของสายวัดสุทัศน์ของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) โดยการถอดพิมพ์จากพระกริ่งใหญ่ ซึ่งเราจะเห็นได้จากพระกริ่งวัดสุทัศน์หลายๆ รุ่น เพียงแต่เนื้อหาของวัสดุอาจแตกต่างกันไป ตามความนิยมในสมัยนั้นๆ

พระกริ่งใหญ่ ในปัจจุบันนั้นหาชมได้ยากยิ่ง เนื่องจากมีจำนวนการพบน้อยมาก สนนราคาก็แพงมากเช่นกัน พระพุทธคุณ ว่ากันว่า ครบเพียบพร้อมทุกด้าน สามารถป้องกันภูตผีปีศาจและใช้แช่น้ำมนต์ได้ศักดิ์สิทธิ์ดีนักแล และยังกล่าวกันว่าเมื่อเสียงกริ่งจากพระที่สร้างเป็นแบบพระกริ่งนี้ถ้า กังวานครั้งใด จะได้ยินไปถึงองค์ไภษัชคุรุทันที พระองค์ท่านจะทรงประทานความรุ่งโรจน์และปกป้องกันภยันตรายให้แก่บุคคลผู้ นั้นได้ตามปรารถนาทุกอย่าง ในวันนี้ผมจึงได้นำรูปพระกริ่งใหญ่ องค์สวยมาให้ชมกันหนึ่งองค์ครับ

ที่มา แทน ท่าพระจันทร์




ครูบาศรีวิชัย - เจดีย์ทอง วัดม่วงม้าใต้ จ.เชียงใหม่

 
ครูบาศรีวิชัย - เจดีย์ทอง วัดม่วงม้าใต้ จ.เชียงใหม่
 
http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
ครูบาศรีวิชัย - เจดีย์ทอง วัดม่วงม้าใต้ จ.เชียงใหม่

แหล่งธรรมเก่าแก่ภาคเหนือ วัดม่วงม้าใต้ ต.ร้องวัวแดง อ.สันกำแพง จ.เชียง ใหม่ ปัจจุบันมี "พระครูอรุณญาณประยุต" ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งวัดแห่งนี้ได้รับการอุปถัมภ์เป็นอย่างดีจากนักธุรกิจชื่อดัง "นายบุญมา บุญเลิศวณิชย์" ออกทุนทรัพย์ส่วนตัวในการพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรือง  ส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการสร้าง "รูปเหมือนครูบาศรีวิชัย" องค์ใหญ่สุดแห่งสยามขึ้น พร้อม "เจดีย์ทอง" ประดิษฐานพระพุทธรูป 4 องค์ และสัตว์มงคลด้านโชคลาภของชาวจีน ปี่เซี้ยะอีกทั้งหมด 8 ตัว

พระพุทธรูป 4 องค์ นายบุญมา-นางกัลยา บุญเลิศวณิชย์ พร้อมด้วยบุตร-ธิดา เป็นเจ้าภาพสร้างถวาย เพื่ออุทิศบุญกุศลให้ดวงวิญญาณ นางวรรณพร บุญเลิศวณิชย์ ได้แก่

องค์ที่ 1 พระเชียงแสน หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง

องค์ที่ 2 พระอู่ทอง หมายถึง ความร่ำรวยมีเงินมีทอง

องค์ที่ 3 พระสุโขทัย หมายถึง ความอยู่เย็นเป็นสุข มีความผาสุก

องค์ที่ 4 พระมหากัจจายนะ หมายถึง มีโชคมีลาภสมความปรารถนา



 http://www.AmuletCenter.com ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

ครูบาศรีวิชัย - เจดีย์ทอง วัดม่วงม้าใต้ จ.เชียงใหม่
 
 
สำหรับ "ครูบาศรีวิชัย" ในยุคที่ยังไม่ถึงแก่มรณภาพนั้น ผู้ที่ทำบุญกับครูบาศรีวิชัยจะได้รับความอิ่มใจที่ได้ทำบุญกับท่าน ส่วนการสร้างวัตถุมงคลนั้น ระยะแรกบรรดาลูกศิษย์ที่นับถือครูบาศรีวิชัยได้จัดทำพระเครื่องคล้ายพระรอด หรือพระคงของลำพูน โดยเมื่อครูบาปลงผมในวันโกน ก็จะเก็บเอาเส้นผมนั้นมาผสมกับมุกมีส่วนผสมกับน้ำรักกดลงในแบบพิมพ์ดินเผา แล้วแจกกันไป โดยไม่ต้องเช่า ในระหว่างศิษย์กล่าวกันว่าเพื่อป้องกันภยันตรายต่างๆ ซึ่งก็ลือกันว่ามีอิทธิฤทธิ์เป็นที่น่าอัศจรรย์

ครูบาศรีวิชัย เป็นผู้มีศีลาจารวัตรที่งดงามและเคร่งครัด โดยที่ท่านงดการเสพ หมาก เมี่ยง บุหรี่ โดยสิ้นเชิง ท่านงดฉันเนื้อสัตว์ตั้งแต่เมื่ออายุได้ 26 ปี และฉันอาหารเพียงมื้อเดียว ซึ่งมักเป็นผักต้มใส่เกลือกับพริกไทยเล็กน้อย บางทีก็ไม่ฉันข้าวทั้ง 5 เดือน คงฉันเฉพาะลูกไม้หัวมันเท่านั้น

http://www.AmuletCenter.com  ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 
ครูบาศรีวิชัย - เจดีย์ทอง วัดม่วงม้าใต้ จ.เชียงใหม่


นอกจากนี้ ท่านยังงดฉันผักตามวันทั้ง 7 คือ วันอาทิตย์ ไม่ฉันฟักแฟง, วันจันทร์ ไม่ฉันแตงโม และแตงกวา, วันอังคาร ไม่ฉันมะเขือ, วันพุธ ไม่ฉันใบแมงลัก, วันพฤหัสบดี ไม่ฉันกล้วย, วันศุกร์ ไม่ฉันเทา (สาหร่ายน้ำจืด คล้ายเส้นผม สีเขียว), วันเสาร์ ไม่ฉันบอน นอกจากนี้ ผักที่ท่านจะไม่ฉันเลยคือ ผักบุ้ง ผักปลอด ผักเปลว ผักหมากขี้กา ผักจิก และผักเฮือด-ผักฮี้ (ใบไม้เลียบอ่อน) โดยท่านให้เหตุผลว่า ถ้าพระภิกษุสามเณรรูปใดงดได้ การบำเพ็ญกัมมัฏฐานจะเจริญก้าวหน้า ผิวพรรณจะเปล่งปลั่ง ธาตุทั้ง 4 จะเป็นปกติ ถ้าชาวบ้านงดเว้นแล้วจะทำให้การถือคาถาอาคมดีนัก

"รูปเหมือนครูบาศรีวิชัยองค์ใหญ่สุดแห่งสยาม" วางศิลาฤกษ์ฐานรองรับเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2549 หลังจากหล่อองค์พระเสร็จเรียบ ร้อยได้นำไปประดิษฐานเป็นการถาวร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปที่เลื่อมใสศรัทธาได้กราบนมัสการขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิ.ย.2550 ตั้งขบวนแห่อัญเชิญอย่างยิ่งใหญ่จากตัวเมืองสันกำแพงสู่วัดม่วงม้าใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ในวันดังกล่าวได้เกิดปรากฏการณ์อภินิหาร ลำแสงพุ่งตรงสู่องค์พระและพระอาทิตย์ทรงกลดเจิดจ้าท่ามกลางสายตาผู้คนนับหมื่น

นับเนื่องถึงปัจจุบันย่างเข้าปีที่ 3 รูปเหมือนครูบาศรีวิชัยองค์ใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่า ในอาณาบริเวณเดียวกับเจดีย์ทอง แทบทุกวัน โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ภายในวัดจะคลาคล่ำไปด้วยประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวทั่วไป เดินทางมากราบขอพรเป็นจำนวนมาก