วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

พระกริ่งหนองแส


 
 พระกริ่งหนองแส

http://www.AmuletCenter.com ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 พระกริ่งหนองแส

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน เมื่อวานเราได้มาพูดคุยกันถึงพระกริ่งจีนใหญ่ ซึ่งเป็นพระกริ่งที่สร้างภายนอกประเทศไทย หรือที่นักนิยมสะสมพระเครื่องมักเรียกพระกริ่งกลุ่มนี้ว่า "พระกริ่งนอก" กลุ่มพระกริ่งนอกมีอยู่ด้วยกันหลายองค์ โดยในวันนี้เรามาคุยกันถึงพระกริ่งหนองแส ซึ่งเป็นพระกริ่งอีกองค์หนึ่งของกลุ่มพระกริ่งนอก

พระกริ่งหนองแส เป็นพระกริ่งอีก องค์หนึ่งที่ขุดพบในประเทศเขมร บนเขาพนมบาเค็ง แต่ความจริงแล้วเป็นพระกริ่งที่สร้างอยู่ที่หนองแส หรือเมืองแส แห่งอาณาจักรน่านเจ้า ซึ่งแต่เดิมก็เป็นอาณา จักรของคนไทยเชื้อสายหนึ่ง ในปัจจุบันคือมณฑลฮุนหนำในประเทศจีน ผู้ที่สร้างพระกริ่งหนองแส สันนิษฐานว่า เป็นพระกริ่งที่กษัตริย์ราชวงศ์หนองแสได้สร้างขึ้น ในขณะที่อาณาจักรน่านเจ้ารุ่งเรืองที่สุด น่าจะเป็นสมัยพระเจ้าพีล่อโก๊ะ หรือขุนบรม ปกครองอยู่ในระหว่างปี พ.ศ.1270-1290 ซึ่งมีความสัมพันธไมตรีกับประเทศจีนและทิเบต

พระกริ่งหนองแสได้ ชื่อมาจากสถานที่สร้างพระกริ่งนี่เองครับ จึงเป็นที่มาของชื่อพระกริ่งหนองแส พระกริ่งหนองแสเป็นพระที่ทำจากเนื้อสำริด แก่ทอง เช่นเดียวกับพระกริ่งใหญ่และพระกริ่งบาเค็ง ที่เรียกว่าเนื้อทองดอกบวบ ผิวของพระจะเป็นสีน้ำตาล และสำหรับพระกริ่งหนองแสนี้มีความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือเป็นพระที่ ไม่มีการบรรจุเม็ดกริ่ง แต่ก็นิยมเรียกกันว่าพระกริ่งนำหน้า เนื่องจากมีพุทธลักษณะแบบเดียวกับพระกริ่ง พระกริ่งหนองแสเป็นพระกริ่งแบบเทตันทั้งองค์ มีบางองค์ที่เป็นแบบก้นกลวงก็มี แต่ก็มิได้มีการบรรจุเม็ดกริ่งใดๆ พุทธลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งก็คือถ้าหันข้างองค์พระดู จะเห็นได้ว่าองค์พระเอนลู่ไปทางด้านหลังมาก ส่วนฐานล่างสุดก็จะยื่นออกมาแบบก้นแมลงสาบ เพื่อรองรับน้ำหนักขององค์พระที่เอนไปด้านหลัง พระพักตร์ของพระกริ่งหนองแสจะไม่ค่อยออกไปทางช่างจีน แต่วงพระพักตร์กลับเป็นแบบไทย ส่วนฐานบัวก็แตกต่างจากพระกริ่งใหญ่ โดยกลีบบัวจะเป็นแบบกลีบบัวของศิลปะทิเบต กล่าวคือเป็นบัวเม็ดไข่ปลาสองชั้น พระศกด้านบนที่มุ่นมวยผมนั้นจะเป็นแบบผมรัดเกล้า โดยต่างจากพระกริ่งชนิดอื่นๆ

การพบพระกริ่งหนองแสนี้พบที่หนองแสมาก ที่สุด นอกจากนี้ยังพบที่ประเทศเขมรและไทยอีกด้วย ซึ่งคงจะมีการสัมพันธ์ทางการค้าขาย และได้นำพระมาเผยแพร่ และบรรจุไว้ในกรุต่างๆ นั่นเอง เช่นเดียวกับการพบพระกริ่งใหญ่และพระกริ่งบาเค็งในประเทศไทยและเขมร

ในปัจจุบันนี้พระกริ่งหนองแสนับว่าหายากมากเช่นกันครับ และสนนราคาก็สูงมากทีเดียว ส่วนในเรื่องพุทธคุณนั้นก็เช่นเดียวกับพระกริ่งใหญ่และพระกริ่งบาเค็ง ซึ่งดีครบทุกๆ ด้าน พระกริ่งหนองแสนี้ยังมีการสร้างในเมืองไทยด้วยในปี พ.ศ. 2494 โดยการถอดแบบจากพระกริ่งหนองแส คือพระกริ่งของหลวงปู่กลีบ วัดตลิ่งชัน ซึ่งท่านเป็นศิษย์สายวัดสุทัศน์ ในวันนี้ผมได้นำรูปพระกริ่งนอกคือพระกริ่งหนองแสมาให้ชมกันครับ


ที่มา แทน ท่าพระจันทร์



พระเครื่อง เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ-หลวงปู่ศุข เหรียญยอดมงคลกองทัพเรือ


 พระเครื่อง เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ-หลวงปู่ศุข เหรียญยอดมงคลกองทัพเรือ
http://www.AmuletCenter.com พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 พระเครื่อง เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ-หลวงปู่ศุข เหรียญยอดมงคลกองทัพเรือ


"กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ" ได้จัดสร้างพระเครื่อง "เหรียญพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ - พระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข)" เหรียญรุ่นดังกล่าว จัดสร้างจำนวน 5,999 เหรียญ เป็นเหรียญปั๊มรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด มีขนาดความสูง 31 เซนติเมตร ความกว้าง 2.8 เซนติเมตร

ด้านหน้าเหรียญเป็นพระรูป กรมหลวงชุมพรฯ ด้านหลังเหรียญเป็นรูปหลวงปู่ศุข ที่กรมหลวงชุมพรฯ ทรงวาดในพระอุโบสถเก่า (สถานที่กรมหลวงชุมพรฯ เรียนตำรากับหลวงปู่ศุข) วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซ้าย-ขวา คือ ยันต์นะปัดตลอด

มวลสารเป็นมงคล จาก 44 พระเกจิอาจารย์ทั่วทุกภาคของประเทศไทย อาทิ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร, สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม) วัดชนะสงคราม, สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิตรฯ, พระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง) วัดระฆังฯ, พระราชญาณวิสุทธิโสภณ (ท่อน) วัดป่าศรีอภัยวัน จ.เลย, พระราชวรธรรมโกศล (แฉล้ม) วัดชัยมงคล, พระราชพิพัฒนาภรณ์ (ผัน) วัดทรายขาว จ.เลย, พระวิจิตรพิพัฒโนดม (สาย) วัดท่าไม้แดง, พระอุดมวัฒนมงคล วัดถ้ำวัฒนมงคล, หลวงปู่เหล็ง วัดสัตหีบ, หลวงปู่เกลี้ยง วัดเนินสุทธาวาส, หลวงปู่สุภา วัดสิลสุภาราม, หลวงพ่อพริ้ง วัดหลักแก่น, หลวงพ่อ จำเนียร วัดถ้ำเสือ, พระอาจารย์มนัส วัดทุ่งจันดำ, หลวงปู่เย็น วัดป่ามหาวัน, พระอาจารย์อ๊อด วัดสายไหม เป็นต้น

 พระเครื่อง เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ-หลวงปู่ศุข เหรียญยอดมงคลกองทัพเรือ
http://www.AmuletCenter.com พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 พระเครื่อง เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ-หลวงปู่ศุข เหรียญยอดมงคลกองทัพเรือ


ในการนี้ ได้ประกอบพิธีหลอมชนวนมวลสาร เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2553 แรม 3 ค่ำ เดือน 2 เวลา 14.00 น. ในวันดังกล่าว เป็นที่น่าอัศจรรย์ ด้วยเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา แบบวงแหวนที่ยาวนานที่สุดในรอบสหัสวรรษที่ 3

จากนั้น ได้เริ่มปั๊มเหรียญ ในวันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2553 ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 เวลา 15.00 น. ฤกษ์จันตรี (วันกองทัพไทย) และได้รับความอนุเคราะห์จากพระราชสุทธิโสภณ (หลวงพ่อประทวน) เจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และนายสมศักดิ์ กิตติธรรมกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ในการนำเหรียญเข้าร่วมพิธีบวงสรวงและพุทธาภิเษก พร้อมกับ
พระเครื่องรุ่นที่ระลึกสร้างพิพิธภัณฑ์เรือหลวงลันตา

วันที่ 21 มกราคม 2553 ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 3 เวลา 15.39 น. (วันคล้ายวันมรณภาพของหลวงปู่ศุข ครบ 87 ปี) ณ พระอุโบสถเก่า วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โดยมีพระเกจิอาจารย์นั่งปรกปลุกเสกและอธิษฐานจิต ประกอบ ด้วย หลวงพ่อประทาน วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท, หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ จ.ชัย นาท, หลวงพ่อเกาะ วัดท่าสมอ จ.ชัยนาท, หลวงพ่อส้อม วัดใหม่บำเพ็ญบุญ จ.ชัยนาท, หลวงพ่อสนั่น วัดกลางราชครูธาราม จ.อ่างทอง, หลวงพ่อทองสุข วัดท่าตะคร้อ จ.กาญจนบุรี, หลวงพ่อเจริญ วัดหลุมเข้า จ.อุทัยธานี, หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกุฎีทอง จ.ปทุมธานี, หลวงพ่อตี๋ วัดบางคณฑีใน จ.สมุทรสงคราม และพระอาจารย์มหาจรัล วัดหัวช้าง จ.ลพบุรี

ด้วยการจัดสร้าง
พระเครื่องมี เจตนาบริสุทธิ์ เพื่อแจกจ่ายข้าราชการในสังกัดและผู้ที่เคารพเทิดทูนกรมหลวงชุมพรเขตอุดม ศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย และหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า โดยไม่มีการจำหน่ายหรือให้เช่าบูชาใดๆ ทั้งสิ้น

บันทึกของกรมหลวง ชุมพรฯ มีใจ ความว่า "กู หลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้เป็นโอรส ของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่าแผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือดเนื้อ เอาชีวิต เข้าแลกไว้ ไอ้ อี มันผู้ใดคือบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ฤๅทำการทุจริต ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดกระทำนั่นเสียโดยเร็ว ก่อนที่กูจะสังหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู ตราบใดที่คำว่า "อาภากร" ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาพื้นแผ่นดินสยามของกู ลูกหลานทั้งหลายแผ่นดินใดให้กำเนิดมาแผ่นดินใดให้ ที่ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจจงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น"