วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

พระเครื่อง พระพิจิตร กรุบ้านตาก


พระพิจิตร กรุบ้านตาก


http://www.AmuletCenter.com พระเครื่อง ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

 พระพิจิตร กรุบ้านตาก

จังหวัดตากมีพระกรุหรือไม่ เรื่องพระกรุของจังหวัดนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันนัก แต่ความจริงจังหวัดนี้ก็มีพระกรุพระเก่าเช่นกันครับ เพียงแต่จำนวนพระที่พบมีน้อยจึงอาจจะไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่านั้น

เรามาคุยกันถึงประวัติเมืองตากกันดูซักหน่อยนะครับ เมืองตากเป็นเมืองเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พ่อขุนรามคำแหง ราชโอรส เสด็จไปกระทำยุทธหัตถีกับพ่อขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ผู้ยกทัพมาตีเมืองตาก เมื่อปีพ.ศ.1805 ในศึกครั้งนั้น พ่อขุนรามคำแหงทรงมีชัย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระเจดีย์ยุทธหัตถีบนยอดดอยสูงซึ่งอยู่ ข้างวัดพระบรมธาตุในเมืองตาก (เมืองตากเก่า อ.บ้านตาก) ต่อมาในรัชสมัยของพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งทรงประกาศอิสระภาพ ไม่ขึ้นต่อพม่า ณ เมืองแครง ก็ทรงยกทัพเสด็จกลับมาทางด่านแม่ละเมา ซึ่งเป็นด่านสำคัญของเมืองตาก (อำเภอแม่สอดปัจจุบัน)

จากนั้นได้ทรงย้ายเมืองตากจากที่ตั้งเดิมลงมาทางใต้ตามลำน้ำปิง มาตั้งอยู่บริเวณอำเภอเมืองตากปัจจุบัน ส่วนที่เมืองตากเก่ายังคงมีซากเมืองและวัดเก่าปรากฎให้เห็นอยู่ ถึงในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงยกทัพไปชุมนุมพลที่เมืองตาก เมื่อครั้งไปตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ ซึ่งปรากฎหลักฐานคือ วัดพระนารายณ์ เชิงสะพานกิตติขจร ในแผ่นดินพระสุริยาศน์อัมรินทร์ หรือสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ พระเจ้าตากสินมหาราชท่านก็เคยดำรงตำแหน่ง พระยาตาก ครองเมืองตาก ก่อนที่จะเลื่อนเป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร

ที่กล่าวมานี้ก็เพื่อที่จะให้รู้ว่าเมืองตากเดิมก็มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ และมีวัดวาอารามเก่าแก่อยู่ในสมัยต่างๆ อำเภอบ้านตาก อยู่ห่างจากจังหวัดตาก ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 60 ก.ม. เดิมบริเวณอำเภอบ้านตากก็คือที่ตั้งเมืองตากเดิม และปรากฎมีพระเครื่องแตกกรุออกมาหลายครั้ง หลายพิมพ์ด้วยกัน พระส่วนใหญ่เป็นพระที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา และส่วนใหญ่ที่พบมักจะเป็นพระเครื่องเนื้อชินเงินและชินตะกั่วสนิมแดง ที่มีชื่อเสียงได้แก่ พระร่วงนั่ง พระซุ้มกอ พระพิจิตร พระงบน้ำอ้อย เป็นต้น พระที่พบในจังหวัดตากมักเรียกรวมๆ ว่าพระกรุบ้านตาก เนื่องจากพระส่วนใหญ่พบที่อำเภอบ้านตากนั่นเองครับ และมีการพบพระเครื่องพิมพ์พิจิตรที่เชิงสะพานกิตติขจรครั้งหนึ่ง ตอนที่กำลังก่อสร้างสะพาน อันเป็นที่ตั้งของวัดโบราณวัดหนึ่ง

พระที่จะนำมาให้ชมวันนี้เป็นพระขนาดเล็ก ที่เรียกกันว่า พระพิจิตร กรุบ้านตาก ที่เรียกว่า พระพิจิตรนำหน้านั้น ก็เนื่องจากเป็นพระขนาดเล็กมาก ลักษณะเรียวๆเล็กแบบพระพิจิตรใบมะขาม จึงนำมาเรียกเป็นคำนำหน้าแล้วตามด้วยสถานที่ขุดพบ จึงกลายมาเป็นพระพิจิตร กรุบ้านตาก พระที่พบเป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง แซมสนิมไขขาว ปัจจุบันไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนัก พุทธคุณเฉกเช่นเดียวกับพระตระกูลพิจิตร คือเด่นทางด้านคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาด สนนราคาก็ยังไม่สูงมากนักครับ เป็นพระที่น่าใช้ขนาดเล็กกระทัดรัดครับ



โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 
 โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พระเครื่อง ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง

 โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี



นาย ธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน ณ วัดยานนาวา กรุงเทพฯ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีเด็กและเยาวชนสมัครใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว แล้วกว่า 3 แสนคน ซึ่งถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเด็กเหล่านี้จะได้ใช้เวลาในช่วงปิดภาคเรียนให้เป็นประโยชน์ ด้วยการบรรพชาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพฯ อีกทั้งยังได้มีโอกาสทดแทนพระคุณบิดา มารดา และผู้ปกครอง นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังช่วยลดความกังวลของผู้ปกครองในเรื่องปัญหาเด็ก ติดเกมที่อาจเพิ่มปัญหามากขึ้นในช่วงปิดเทอม และยังช่วยให้เด็กๆ สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมระหว่างเข้าร่วมโครงการไปใช้ในชีวิต ประจำวันได้เป็นอย่างดี "กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มีการเตรียมโครงการด้วยการฝึกอบรมพระวิทยากรซึ่งมีประสิทธิภาพอย่างมาก และมีจำนวนเพียงพอสำหรับกระจายไปตามวัดต่างๆ ในโครงการ ซึ่งมีจำนวน 2,489 วัด ดังนั้น เชื่อว่าผู้ประสงค์จะบรรพชาอุปสมบท และบวชศีลจาริณี ที่มีจำนวน 363,232 คน แบ่งเป็นผู้ประสงค์บรรพชาอุปสมบทเป็นภิกษุสามเณร จำนวน 209,959 คน และบวชศีลจาริณี จำนวน 153,273 คนนั้น จะได้รับการเรียนรู้ที่ดี โดยหลังจากจบโครงการแล้วทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศจะได้ลง พื้นที่ติดตามผลของการฝึกอบรม โดยการสอบถามผู้ปกครองถึงความประพฤติที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ของ เด็ก ทั้งนี้ เพื่อให้การเข้าร่วมโครงการได้เกิดประโยชน์ต่อเด็กอย่างแท้จริง"

 

พิธีกรรมน้ำว่านมหามงคล ว่าน 108 วัดสุทธาวาสวิปัสสนา รับสงกรานต์


พิธีกรรมน้ำว่านมหามงคล ว่าน 108 
วัดสุทธาวาสวิปัสสนา รับสงกรานต์


http://www.AmuletCenter.com พระเครื่อง ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 พิธีกรรมน้ำว่านมหามงคล ว่าน 108   วัดสุทธาวาสวิปัสสนา รับสงกรานต์


หนึ่งปีมีครั้งเดียว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย หรือสงกรานต์ "พิธีอาบน้ำว่านมหามงคล"เสริมวาสนามหาบารมี เสริมโชคลาภ เงินทอง และเพิ่มความเป็นสิริมงคล อีกทั้งยังขับไล่เสนียดจัญไร ป้องกันคุณไสยมนต์ดำ สิ่งอัปมงคลทั้งปวงดีนักแล

จัดพิธีโดยพระเกจิอาจารย์คลื่นลูกใหม่มาแรงแห่งเมืองกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยา พระคณาจารย์เรืองอาคม เจ้าตำรับตะกรุดมหาบารมี 30 ทัศ "หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย" วัดสุทธาวาสวิปัสสนา ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา นักปฏิบัติด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ผลักดันให้เกิดพุทธมณฑลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนได้รับฉายา "แม่ทัพธรรมภาคกลาง"

"หลวงพ่อรักษ์" ปัจจุบันมีลูกศิษย์ลูกหาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก วัตถุมงคลที่ท่านสร้างและอธิษฐานจิตปลุกเสกไว้ก็ได้รับความนิยมทุกรุ่น ว่ากันว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีวิชาอาคม ศึกษาเรียนรู้จากพระคณาจารย์ชื่อดังหลายรูปด้วยกัน วิชาหนึ่งที่ท่านได้ศึกษาเรียนรู้อย่างลงลึก และสามารถนำมาช่วยเหลือลูกศิษย์ลูกหาของท่านได้อย่างมากก็คือ "วิชาอาบน้ำว่าน"


คนส่วนใหญ่มักจะได้ยินการ "แช่น้ำว่าน" ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งของทางใต้สายเขาอ้อ ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ผู้ที่ได้รับการแช่น้ำว่านจะมีลักษณะคงทนสิทธิ์ เนื้อหนังมังสาเป็นอมตะ หนังเหนียวยิงแทงไม่เข้า "วิชาอาบน้ำว่าน" ก็เช่นเดียวกัน แต่จะเพิ่มมากขึ้นในเรื่องของมหามงคลเสริมวาสนามหาบารมี เสริมโชคลาภเงินทอง และเพิ่มความเป็นสิริมงคล อีกทั้งยังขับไล่เสนียดจัญไร ป้องกันคุณไสยมนต์ดำ สิ่งอัปมงคลทั้งหลายทั้งปวง

"หลวงพ่อรักษ์" เปิดเผยถึง "วิชาอาบน้ำว่าน" ว่าศึกษาในตำราของครูบาอาจารย์ตามคัมภีร์บอกว่า คนที่เล่าเรียนศึกษาวิชานี้ทางไสยศาสตร์ก็ดี สรรพศาสตร์ทั้งปวงก็ดีให้ทำน้ำมนต์อาบและก็ในน้ำมนต์นั้นให้มีใบส้มป่อย พร้อมด้วยว่านมงคลทั้งหมด 9 ชนิด ด้วยการเคี่ยวน้ำว่านก่อน แล้วก็เอาน้ำว่านนั้นผสมในอ่างใหญ่ๆ และทำน้ำมนต์ธรณีสารทับอีกทีหนึ่ง ตอนเคี่ยวก็ต้องมีพิธีดับพิษไฟ เพื่อไม่ให้ว่านนั้นมีพิษ เข้าหูเข้าตาเป็นอันตราย และก็ดับพิษไฟจากน้ำว่าน 9 ชนิด ด้วยการใช้คาถา เคี่ยวเสร็จ ก็ผสมกับน้ำทำน้ำมนต์ธรณีสาร น้ำมนต์ธรณีสารนี่เป็นน้ำมนต์ที่ล้างอาถรรพณ์ ล้างเสนียดจัญไร คุณไสย มนต์ดำ ผีเข้า ผีสิง โดนคุณโดนของอะไรต่างๆ โบราณเขาบอกให้ทำน้ำมนต์ธรณีสารล้าง เดี๋ยวนี้การทำน้ำมนต์ธรณีสาร ถ้าไม่ใช่พระสายปลุกเสกจริงๆ ทำไม่เป็น ส่วนมากเป็นน้ำมนต์พระปริตร




http://www.AmuletCenter.com พระเครื่อง ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 พิธีกรรมน้ำว่านมหามงคล ว่าน 108   วัดสุทธาวาสวิปัสสนา รับสงกรานต์


สำหรับน้ำมนต์ธรณีสารกับน้ำมนต์พระปริตร มีความแตกต่างกัน น้ำมนต์พระปริตร ก็คือใช้เจตนาในการทำ ส่วนน้ำมนต์ธรณีสารใช้ปลุกเฉพาะของ ซึ่งมีธรณีสารเล็ก ธรณีสารใหญ่

น้ำมนต์พระปริตร ทำเพื่อความเป็นสิริมงคล เน้นตรงนั้น แต่ธรณีสารมันล้างอาถรรพณ์ ล้างพวกเสนียดจัญไร โดยเฉพาะพวกผีเข้า โดนของ ถ้าทำน้ำมนต์ธรณีสาร ล้างมันจะไล่ออกหมดทำเป็นเมตตาก็ได้ เวลาค้าขายจะใช้ประพรมบ้านประพรมร้านค้า ประพรมของที่จะขายเป็นมงคล และโบราณกาลผ่านมาเป็นหลายๆ ร้อยพันปี คนที่จะปลูกบ้าน ก่อนที่เขาจะลงเสาเอก เขาจะให้พระทำน้ำมนต์ธรณีสาร ประพรมตามหลุมพรมเสาเอกเสาโทพรมรอบบ้าน ทำน้ำมนต์ธรณีสารล้าง เพราะไม่รู้ว่าบ้านที่ปลูกอยู่มันมีอะไรบ้าง มีหลุมศพหรือป่าช้าอะไรเก่าแก่ เขาจะทำน้ำมนต์ธรณีสารล้าง

การอาบน้ำว่านจะใช้ระหว่างน้ำมนต์กับว่านผสมกัน ทำน้ำมนต์พระปริตรเพื่อความเป็นสิริมงคล และทำเป็นน้ำมนต์ธรณีสารด้วย แล้วก็เอาส่วนวิเศษของว่านมาผสมให้เข้ากัน จึงเป็นประเพณีอาบน้ำว่านประจำปีของที่วัดสุทธาวาสวิปัสสนา จ.พระนครศรีอยุธยา แห่งนี้ อาบปีละครั้ง เวลาอาบจะตั้งสารใหญ่ๆ เลย เมื่อก่อนใช้ตักน้ำว่านรดทีละคน หลังๆ รดไม่ไหวต้องตั้งปั๊ม เพราะคนเยอะมาก

กำหนดการจัดขึ้นในวันอังคารที่ 13 เมษายน 2553 วันสงกรานต์ ปีขาล เวลา 13.09 น.หลวงพ่อรักษ์ ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เวลา 13.09 น. จุดเทียนชัย ประกอบพิธีอธิษฐานจิตเดี่ยวบริกรรมพระเวทพุทธาคมปลุกเสกพยัคฆราช (เสือ) รวมทั้งน้ำว่านมหามงคล ว่าน 108 เวลา 15.09 น. ร่วมสงฆ์น้ำพระบรมสารีริกธาตุและพระภิกษุ-สามเณร เวลา 15.39 น. ประกอบพิธีอาบน้ำว่านให้สาธุชนผู้เข้าร่วมพิธี ณ วัดสุทธาวาสวิปัสสนา ต.ลาดบัว หลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้เข้าร่วมพิธีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น


 

เหรียญพระอินทร์แปลง วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร


 
 เหรียญพระอินทร์แปลง วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร
 
http://www.AmuletCenter.com พระเครื่อง ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 
 เหรียญพระอินทร์แปลง วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร
 

ข่าวพระเครื่อง  "วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร"ตั้งอยู่หลังพระราชวังจันทรเกษม ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดเสื่อ เป็นวัดโบราณ สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีการบูรณปฏิสังขรณ์ติดต่อกันเรื่อยมา เริ่มจากพระเจ้าอยู่หัวปราสาททอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ล่วงเลยมาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ทรงบูรณะใหม่ทั้งพระอาราม เมื่อปี พ.ศ.2406 เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก

วัดแห่งนี้ มีสิ่งสำคัญภายในวัดที่ทรงคุณค่าทางโบราณสถานและโบราณวัตถุ ที่ชนรุ่นหลังสมควรจะได้เข้าไปศึกษาสักการบูชาเป็นอย่างยิ่ง สำหรับ "พระอินทร์แปลง" ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร เป็นพระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 39 นิ้ว สูง 59 นิ้ว อัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว เป็นพระประจำพระองค์ของพระไชยเชษฐาธิราช

ในวโรกาสมหามงคลที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี พ.ศ.2554 ทั้งนี้ วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร ได้เตรียมจัดสร้างศาลาปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ดังนั้น คณะสงฆ์วัดเสนาสนารามราช วรวิหารได้ดำริจัดสร้าง "เหรียญพระอินทร์แปลง" มีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างศาลาปฏิบัติธรรมฯ

ข่าวพระเครื่อง  เหรียญพระอินทร์แปลง จัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2547 ประกอบพิธีพุทธาภิเษก โดยพระคณาจารย์ชื่อดังมากมาย หลวงปู่ทิม วัดพระขาว เป็นประธานจุดเทียนชัย มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเข้าร่วมพิธีนั่งอธิษฐานจิต อาทิ หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว, หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม อ.บางบาล, หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดศาลาปูน, หลวงพ่อหวล วัดพุทไธศวรรย์, หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน, หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติ และ หลวงพ่อรวย วัดตะโก

เหรียญรุ่นนี้มีลักษณะเป็นเหรียญสี่เหลี่ยม ทำจากโลหะชุบเงินธรรมดา จำนวน 5,000 เหรียญ และชุบเงินสามกษัตริย์ จำนวน 5,000 เหรียญ เหรียญมีขนาดกว้าง2.5 เซน ติเมตร สูง 3.5 เซน ติเมตรใส่กรอบกะ ไหล่ทองทุกเหรียญ

ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปพระอินทร์แปลง ประทับนั่งอยู่บนฐานชุกชีล้อมรอบด้วยซุ้มศรีมหา โพธิ์ ใต้ฐานชุกชีเขียนคำว่า "พระอินทร์แปลง"

ด้านหลังเหรียญ เป็นรูปยันต์พระพุทธ เจ้า 5 พระองค์ มีตัวอักขระ นะ โม พุท ธา ยะ ใต้ยันต์เขียนคำว่า "วัดเสนาสนาราม พระนครศรีอยุธยา ๒๕๒๗"

ข่าวพระเครื่อง เหรียญพระอินทร์แปลง เป็นเหรียญรุ่นแรกที่วัดจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้น ผู้ใดที่มีเหรียญนี้ไว้ในครอบครองจะประสบแต่ความสำเร็จ ปลอดภัยจากภยันตราย มีหน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง

ทำให้นักสะสมพระเครื่องต่างให้ ความสนใจเสาะแสวงหามาเก็บไว้บูชา ด้วยเป็นเหรียญที่ราคาเช่าหายังไม่สูงเท่าใดนัก เพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น จัดเป็นเหรียญยอดนิยมเมืองกรุงเก่าอีกเหรียญ

ที่มา นสพ.ข่าวสด

 

พระเครื่องหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย เหรียญหล่อ พิมพ์เศียรโล้น


พระเครื่องหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย 

http://www.AmuletCenter.com พระเครื่อง ร้าน โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 เหรียญหล่อ พิมพ์เศียรโล้น หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย

 พระเกจิอาจารย์ที่อาวุโสมากที่สุดและเรารู้กันดีที่สุดในจังหวัดสมุทรสงคราม ก็คือ หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย ซึ่งนับว่าท่านเป็นพระสงฆ์ที่โด่งดังมากและเป็นที่รักเคารพของชาวแม่กลองเป็นอย่างมาก

หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ.2393ที่ ต.บางแค อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โยมบิดาชื่อ กัน โยมมารดาชื่อ เนียม ท่านได้บวชตั้งแต่อายุ 10 ขวบเป็นสามเณร ที่วัดบางแคใหญ่ อ.อัมพวา พออายุได้ 20 ปี ท่านก็ได้อุปสมบทที่วัดบางแคใหญ่ โดยมีหลวงพ่อเพ็ง เจ้าอาวาส วัดบางแคใหญ่ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "พรหมสโร" และได้ศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดแห่งนี้

หลวงพ่อแก้วท่านได้เรียน วิทยาคมมาจากบิดาของท่านซึ่งเป็นอดีตทหารของวังหน้าและท่านมีวิชาอาคมขลัง มาก สามารถเสกดอกจำปีให้กลายเป็นแมลงภู่ และบินไปหาญาติมิตรที่รู้จักกันได้ แล้วตกลงมากลายเป็นดอกจำปีอย่างเดิม นอกจากนี้ท่านก็ยังมีวิชาคงกระพันชาตรีเป็นเลิศอีกด้วย วิชาต่างๆ เหล่านี้หลวงพ่อแก้วท่านได้เรียนมาจากบิดาของท่าน นอกจากนี้หลวงพ่อแก้วท่านก็ได้เรียนคันถธุระและวิปัสสนาธุระกับหลวงพ่อเพ็ง พระอุปัชฌาย์ของท่าน และหลวงพ่อเพ็งท่านก็ยังเก่งในด้านพุทธาคมอีกด้วย ต่อมาหลวงพ่อแก้วท่านได้เดินทางมาอยู่ที่เพชรบุรี เพื่อเรียนวิปัสสนาธุระและพุทธาคมที่วัดเขาตะเครา เพชรบุรีอีก และมาเรียนเพิ่มเติมกับพระอาจารย์เกตุ พระพี่ชายของท่าน ที่วัดทองนพ คุณ เพชรบุรี ท่านอยู่จำพรรษาที่เพชรบุรีนานมากจนบางท่านเข้าใจว่าท่านเป็นคนเพชรบุรี

ต่อมาในปี พ.ศ.2424 เจ้าอาวาสวัดช่องลม จ.สมุทรสงคราม ได้ว่างลง ประชาชนชาวสมุทรสงครามจึงได้ขึ้นไปนิมนต์ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลม ท่านจึงได้เดินทางมาเป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลม พร้อมด้วยหลวงพ่อบ่าย และพระอีก 3 รูป ท่านเป็นเจ้าอาวาส วัดช่องลมอยู่ได้ 6 ปี พอปี พ.ศ. 2430 ท่านก็ได้มาเป็นเจ้าอาวาส วัดพวงมาลัย ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ โดยให้หลวงพ่อบ่าย เป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลมสืบแทน พอท่านมาอยู่ที่วัดพวงมาลัยแล้วท่านก็ได้ก่อสร้างกุฏิ ศาลา ต่างๆ เพิ่มเติมอีกหลายหลัง สร้างศาลาท่าน้ำเป็นต้น นอกจากนี้ท่านยังสร้างขึ้นอีกหลายแห่ง เช่น วัดเขาอีโก้ และวัดสาธุชนารามเป็นต้น ชาวแม่กลองเคารพนับถือในตัวท่านเป็นอย่างมาก หลวงพ่อแก้วท่านมรณภาพในปี พ.ศ. 2462 สิริอายุได้ 69 ปี พรรษาที่ 49

หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัยท่านได้สร้างพระเครื่องไว้ให้แก่ศิษย์เป็นที่นิยมแก่บรรดานักสะสมพระเครื่องหลายอย่าง เช่น ตะกรุดใบลานบางปืน เหรียญปั้ม และเหรียญหล่อโบราณหลายรุ่น นอกจากนี้ก็ยังมีพระเนื้อผงอีกด้วย พระเครื่องของหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัยนั้น เป็นที่นิยมและหวงแหนกันมาก สนนราคาค่อนข้างสูงครับ อย่างเหรียญรุ่นแรกที่เป็นเหรียญพระพุทธและเหรียญรูปท่านที่สร้างในปี พ.ศ.2459 สนนราคาสวยๆ หลักแสนครับ

พระเครื่องหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัยนอกจากนี้ยังมีเหรียญหล่อ พิมพ์เศียรโล้น ที่สร้างในปี พ.ศ.2460 เหรียญสภาพสวยๆ ราคาอยู่ที่หลักหมื่น และในวันนี้ผมก็ได้นำรูปเหรียญหล่อพิมพ์เศียรโล้นมาให้ชมกันครับ

ที่มา แทน ท่าพระจันทร์