พระพุทธวโรภาสมุนีนาถศาสดา
พระพุทธวโรภาสมุนีนาถศาสดา
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 ในฐานะเป็นโรงเรียนประถมวิสามัญ เปิดสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และประถมศึกษาปีที่ 5 และฝึกหัดครูกสิกรรมขั้นต่ำ
จนถึงปี พ.ศ.2498 โรงเรียนได้เปลี่ยนฐานะเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมหาสารคาม ต่อมายกฐานะเป็นวิทยาลัยครูมหาสารคาม เป็นสถาบันราชภัฏมหาสารคาม และเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในปัจจุบัน
ตลอดระยะเวลา 80 ปี บทบาทของสถาบันการศึกษาแห่งนี้ คือเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นภาคอีสาน เป็นผู้นำทางวิชาการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสังคม มีการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นหลากหลายรูปแบบโดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสาน กับความเป็นสากล ปลูกฝังความรักความเข้าใจในศิลปวัฒนธรรมตลอดจนสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นและ ธรรมชาติ
เนื่องจากปี พ.ศ.2553 เป็นวาระครบรอบ 80 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปบูชา ในการนี้ ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานชื่อว่า "พระพุทธวโรภาสมุนีนาถศาสดา" วัตถุประสงค์เพื่อจัดหาทุนในการก่อตั้ง "กองทุน 80 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม"
พระพุทธวโรภาสมุนีนาถศาสดา
รศ.สมเจตน์ ภูศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เปิดเผยว่า สำหรับพุทธศิลป์ของพระพุทธวโรภาสมุนีนาถศาสดา จำลองมาจากพระพิมพ์ดินเผากันทรวิชัย ปางสมาธิเพชร ที่มีพุทธศิลป์สวยงามมาก มีการขุดพบครั้งแรกที่บริเวณโคกดอนพระนอน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พุทธศิลป์เป็นแบบปาละวะ หรือคุปตะตอนปลาย สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13 ซึ่งแผ่อิทธิพลเข้ามาสู่สุวรรณภูมิ สมัยอาณาจักรทวารวดีกำลังรุ่งเรือง
องค์พระพุทธรูป มีพระพักตร์อิ่มเอิบบริสุทธิ์ แสดงถึงความหลุดพ้นจากกาลเวลา ประทับนั่งบนฐานดอกบัวหงายอันหมายถึงปรัชญาอันเป็นญานนำไปสู่พระนิพพาน ส่วนเรือนแก้วด้านหลังขององค์พระแสดงถึงรูปคลื่นกิเลสตัณหาและไฟราคะ อันเป็นวัฏฏะของการเวียนว่ายตายเกิด องค์พระประทับนั่งในลักษณะสมาธิวิปัสสนา เพื่อมุ่งสู่สัจธรรมแห่งความหลุดพ้น พุทธศิลป์จึงมีความเป็นเลิศกว่าพระพิมพ์และพระพุทธรูปจากแหล่งอื่นๆในภาค อีสานกลายเป็นพระพุทธเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของ อ.กันทรวิชัย รวมทั้งจังหวัดมหาสารคาม
พระพุทธวโรภาสมุนีนาถศาสดา
สำหรับ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์และพระมหาเถระที่แผ่เมตตาลงอักขระแผ่นทอง อาทิ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก, สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร, หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง จ.ร้อยเอ็ด, พระเทพสารคามมุนี จ.มหาสารคาม, หลวงปู่สิงห์ คัมภีโร จ.มหาสารคาม เป็นต้น
ประกอบ พิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ณ ปะรำพิธีอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตรงกับวันตรุษจีน บรรยากาศภายในงานมีพุทธศาสนิกชนรวมทั้งนิสิต นักศึกษา มาร่วมพิธีกว่า 5,000 คนมากเป็นประวัติการณ์
โดยพิธีเริ่มในช่วงเช้า หลังจากถวายภัตตาหารแด่พระเถรานุเถระ 108 รูป แล้วได้ทำพิธีบวงสรวงเทพาอารักษ์ ที่ปะรำพิธีลานด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยหลวงปู่สรวง สิริปุญโญ วัดศรีฐาน จ.ยโสธร ประธาน ขณะทำพิธีเททองหล่อพระพุทธวโรภาสมุนีนาถศาสดา ได้เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด ท้องฟ้าสลัวจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวก็มีลมพัดเย็นสบายมหัศจรรย์ยิ่งนัก
ภายหลังเสร็จพิธีเททอง พระเถรานุเถระ 108 รูป ได้เข้าไปประกอบพิธีพุทธาภิเษก นั่งปรก ภายในปะรำพิธี ในตัวอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) เป็นผู้จุดเทียนชัย และ รศ.สมเจตน์ ภูศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จุดเทียนวิปัสสี
จากนั้นพระเกจิอาจารย์ได้เริ่มพิธีอธิษฐานจิตสวดพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ รวม 108 จบ โดยมีญาติโยม คณาอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา นุ่งขาวห่มขาวและในชุดนักศึกษา ร่วมสวดมนต์ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
จวบจนตะวันลับฟ้าเป็นเวลาหกโมงเย็น พิธีมหาพุทธาภิเษกที่ศักดิ์สิทธิ์นี้จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ ทุกคนที่ร่วมพิธีได้รับแจกวัตถุมงคลเหรียญพระพุทธวโรภาสมุนีนาถศาสดา กลับไปบูชาที่บ้านกัน ผู้สนใจเช่าบูชาสนับสนุนการก่อตั้งกองทุน 80 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
นึกถึง พระเครื่อง นึกถึง โจ้ อิศวเรศ พระ เครื่อง
พระเครื่อง ตะกรุด พระขุนแผน วัตถุมงคล เครื่องราง พระกริ่ง กุมารทอง กรมหลวงชุมพร
บทความพระเครื่อง เจดีย์แดง ตลาด พระเครื่อง รัชกาลที่ 9 และอีกมากมายที่






