วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

ไหว้พระขอพรหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ทิม วัดพระขาว



ไหว้พระขอพรหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ทิม วัดพระขาว

มีหลายคนเคยพูดว่า "ถ้าพระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดไหนมรณภาพไปแล้ว วัดแห่งนั้นจะเงียบเหงาไร้ซึ่งคณะศรัทธาไปเยี่ยมเยียน" คำกล่าวนี้คงจะใช้ไม่ได้กับ "วัดพระขาว" แหล่งธรรมสำคัญของเมืองกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขนาดพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง "หลวงปู่ทิม อัตตสันโต" ละสังขารไปแล้ว ลูกศิษย์ลูกหาและสาธุชนทั่วไปก็ยังแวะเวียนมาเที่ยวชมวัดแห่งนี้อย่าง เนืองแน่นเฉกเช่นเดิมด้วยบารมีของหลวงปู่ทิมที่มีอยู่เปี่ยมล้นนั่นเอง

วัดพระขาวสังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 34 หมู่ 3 ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยในปี 2540 ทางวัดได้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ทดแทนหลังเดิม ซึ่งชำรุดทรุดโทรม ก่อสร้างเสร็จในปี 2545 ภายในอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบประเพณี เช่น พุทธประวัติ ไตรภูมิ มารผจญ ทศชาติ และภาพทวารบาล

พระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์ "หลวงพ่อขาว" เป็นพระประธานในอุโบสถ ปั้นด้วยปูนมาแต่โบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา หน้าตักกว้างประ มาณ 4 ศอก สูงประมาณ 5 ศอก เป็นพระ พุทธรูปปางมารวิชัย สีขาวทั้งองค์ เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านเป็นอันมาก

ผู้ที่มากราบไหว้ บูชาต่างประจักษ์ในความศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานขอพรบารมีสมความปรารถนาในสิ่งที่ต้องการ ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข บันดาลโชคลาภ และแคล้วคลาดปลอดภัย ส่วนใหญ่ชาวบ้านมีความเชื่อจะนำ "ไข่ต้ม" มาถวายแก้บน


http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
ไหว้พระขอพรหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ทิม วัดพระขาว


พระครูสังวรสมณกิจ หรือหลวงปู่ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดพระขาว ก่อนละสังขารได้พัฒนาวัดแห่งนี้จนเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ท่านได้ชื่อว่าเป็น "เทพเจ้าแห่งความเมตตา" ช่วยเหลือสงเคราะห์แก่ญาติโยมชาวบ้านมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ทั้งใกล้ไกลเมื่อได้รับนิมนต์แล้วเป็นต้องไปสนองศรัทธาญาติโยมเสมอ ไม่เคยปฏิเสธกิจนิมนต์เลย และไม่เคยละการปฏิบัติศาสนกิจใดๆ ที่พระสงฆ์พึงกระทำ แม้ท่านเองจะสูงด้านพรรษายุกาลมากแล้วก็ตาม

โดย เฉพาะในงานพุทธาภิเษกตามวัดต่างๆ จะต้องมีชื่อของหลวงปู่ทิมนั่งปรกปลุกเสกเป็นประจำจนเป็นที่รู้จักกันทั่ว ประเทศ ชื่อเสียงของหลวงปู่จึงขจรขจายอย่างกว้างไกล

ด้วยเหตุดัง กล่าว "วัดพระขาว" จึงเป็นวัดที่พัฒนาเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด เพราะแรงศรัทธาของชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่มีต่อหลวงปู่ทิม ร่วมแรงศรัทธา ร่วมทำบุญบำรุงพุทธศาสนา จนมีถาวรวัตถุภายในวัดอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งอุโบสถ วิหาร โรงเรียน กุฏิสงฆ์ทรงไทยทำด้วยไม้สัก หอพระ ศาลา เมรุ มณฑป เขื่อน โรงครัว แพปลา หรือแม้กระทั่งสร้างห้องสุขา

ห้องน้ำที่มีความสะอาดและถูกสุขลักษณะ รวมถึงสาธารณประโยชน์แก่ชุมชน คือโรงเรียนวัดพระขาว เพื่อเป็นแหล่งการศึกษาของบุตรหลานของประชาชนในท้องที่ใกล้วัด โดยหลวงปู่ทิมได้เป็นองค์อุปถัมภ์ "โรงเรียนวัดพระขาว" มาโดยตลอด รวมค่าก่อสร้าง บูรณปฏิสังขรณ์ สิ้นค่าใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 110 ล้านบาท



วัตถุมงคลที่หลวงปู่ทิมอธิษฐานจิตในวัดพระขาวเป็นวัตถุมงคลที่มีความขลังและ ศักดิ์สิทธิ์ แคล้วคลาด เมตตา มหานิยม ได้รับความเป็นสิริมงคล ความก้าวหน้ารุ่งเรืองแก่ชีวิตและหน้าที่การงาน เพื่อนำไปสร้างถาวรวัตถุภายในวัดเป็นอันมาก

ถาวรวัตถุที่ทรงคุณค่า อีกอย่างคือ "มณฑปลายรดน้ำ อัตตสันตมหาเถราจารย์" แหล่งเรียนรู้เมืองกรุงเก่า มณฑปสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ภายในแบ่งออกเป็น 5 ห้อง กั้นด้วยฝาลูกฟัก เพดานประดับด้วยไม้ แกะสลักปิดทองรูปดอกบัวแบบต่างๆ รูปทรงของมณฑปมองจากภายนอกเป็นศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาแบบประยุกต์

สังเกต ได้จากการทำมุขประเจิดและสันหลังคาวางบราลี ภายในมณฑปเขียนภาพลายรดน้ำเป็นศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งในยุคนั้นศิลปะลายรดน้ำถือว่าเจริญถึงจุดสูงสุดและมีความสวยงามมาก มีภาพภายในเขียนหลายเรื่อง อาทิ ภาพเรื่องภูมิจักรวาล โดยเสนอความคิดเรื่องแผ่นดินธรรมราชา มีธรรมะในพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องกล่อมเกลาจิตใจให้อยู่เป็นสุข ในภาพยังได้แฝงคติเรื่องพระมหากษัตริย์ในมหาจักรวาล ภาพพุทธประวัติ ภาพทศชาติ ภาพมารผจญ ภาพไตรภูมิ ภาพธุดงค์ 13 ภาพอสุภะ 10 ภาพ วิปัสสนาญาณ ภาพมงคล 108 ภาพปริศนาธรรม ภาพคุณของพระรัตนตรัย ภาพทวารบาลในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ซ้ำกัน ลายรดน้ำเป็นจิตรกรรมไทยที่มีความหมาย ความงามทรงคุณค่า ปัจจุบันเริ่มหาที่ชมได้ยาก ไม่เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ เนื่องด้วยสาเหตุหลายประการ กรรมวิธีการทำงานที่ยากซับซ้อน ใช้ระยะเวลาในการทำนาน

"ลายรดน้ำ" เป็นงานศิลปะประเภทหนึ่งที่แสดงถึงความวิจิตรของเส้น โดยมีวัสดุที่นำมาใช้ที่สำคัญคือ ทองคำเปลวและรัก นำมาเขียนเป็นลวดลายและภาพ โดยใช้จังหวะและช่องไฟให้เกิดความงดงาม งานศิลปะประเภทนี้พบเห็นได้จากตู้พระไตรปิฎก ฝาผนัง อาคาร เสา ประตู หน้าต่าง กรอบเช็ดหน้า อกเลา เพดาน หีบพระคัมภีร์ ธรรมาสน์ และเครื่องใช้อื่นๆ ผลงานที่ทำด้วยลายรดน้ำเหล่านี้จึงเป็นผลงานที่ประดับตกแต่งที่มีคุณค่าสูงยิ่ง

ยามว่างวันหยุดสัปดาห์อย่าลืมแวะเที่ยวชมวัดพระขาว ขอพร "รูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ทิม" ที่ใครๆ ได้เห็นต่างชมว่าเหมือนองค์จริงที่สุดสัมผัสใกล้ๆ คิดว่าท่านยังมีชีวิตอยู่!!

ที่มา นสพ.ข่าวสด


นึก ถึง พระเครื่อง นึกถึง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 
 

หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว พระขุนแผนจักรนารายณ์



หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว พระขุนแผนจักรนารายณ์

http://www.AmuletCenter.com  พระเครื่อง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว พระขุนแผนจักรนารายณ์


พระเครื่องของหลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว สุพรรณบุรี ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ สนนราคาก็ยังไม่แพงนักอยู่ที่พันเศษๆ ถึงสองสามพันแล้วแต่พิมพ์ อายุการสร้างก็เก่าแก่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2473

วัดมะนาวตั้งอยู่ที่ตำบล ทับตีเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นวัดที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ หลวงพ่อโบ้ยท่านเป็นคนบ้านสามหมื่น ตำบลบางปลาม้า โยมบิดาชื่อ โฉมศรี โยมมารดาไม่ทราบชื่อ หลวงพ่อโบ้ยท่านเกิดปี พ.ศ. 2435 พออายุได้ 21 ปี พ.ศ. 2456 ท่านก็อุปสมบทที่วัดมะนาว จำพรรษาที่วัดมะนาวได้ 3 พรรษา ท่านก็ได้มาศึกษาพระธรรม วินัยที่วัดชีปะขาวหรือวัดศรีสุดาราม กทม. และได้ไปเรียนวิปัสสนากรรมฐานที่วัดอัมรินทร์โฆสิตาราม ศึกษาอยู่ได้ 8-9 ปี จึงเดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดมะนาวในราวปี พ.ศ.2465-2466 แล้วจึงไปศึกษาวิปัสสนากรรมฐานต่อกับหลวงพ่อปานวัดบางนมโค อยุธยาอีก 1 พรรษา แล้วกลับมาอยู่ที่วัดมะนาวในปี พ.ศ.2467

หลวงพ่อโบ้ยท่านเป็น คนมักน้อย ถือสันโดษ ไม่สะสมทรัพย์สินใดๆ ท่านตื่นตีสี่ทุกวัน สวดมนต์จนกระทั่งรุ่งสางจึงออกไปบิณฑบาต พอกลับมาถึงวัดท่านจะขอให้พระภิกษุที่วัดทุกรูปยืนเข้าแถว แล้วท่านตักข้าวในบาตรของท่านใส่บาตรพระทุกรูป เป็นเช่นนี้ทุกวัน

วัตถุ มงคลของท่านเริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2473 เป็นเนื้อโลหะทองเหลืองผสมกัน เช่น โตก ขันลงหิน เชี่ยนหมาก ที่ชาวบ้านนำมาถวายเพื่อเป็นโลหะสร้างพระเครื่อง สีของโลหะของเนื้อพระของท่านจึงมีสีโลหะต่างกันบ้าง ตอนที่ท่านสร้างพระเครื่องท่านไม่ได้จำวัดตลอดทั้งคืน เทหล่อพระของท่านจนรุ่งสาง ใช้ตะไบแต่งริมขอบทุกองค์ รอยตะไบนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่ง หลังจากท่านฉันเพลแล้ว ท่านก็เอาพระเข้ากุฏิปลุกเสกเสร็จแล้วท่านจึงแจกพระตอนบ่ายๆ ปรากฏว่ามีคนมาคอยรอรับพระกันคับคั่ง แม้ชาวต่างจังหวัดก็เดินทางมารับแจกด้วย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2479 ท่านก็ได้สร้างพระเนื้อดินเผา พิมพ์พระเจ้าห้าพระองค์ พ.ศ. 2500 สร้างพระชานหมาก เป็นรูปของท่าน ท่านเอาชานหมากที่ท่านฉันไว้ และเอาผสมกับผงธูปและดอกไม้แห้งใช้น้ำตาลโตนดเป็นเชื้อประ สานวัตถุมงคลของท่านทุกรุ่นทำแจกให้เปล่าๆ

พระเนื้อโลหะผสมรุ่น แรกนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ เช่น พิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์ พิมพ์ชินราช พิมพ์รัศมี พิมพ์นางกวัก พิมพ์งบน้ำอ้อย พิมพ์นาคปรก พิมพ์กลีบบัว พิมพ์ปิดตา พิมพ์ซุ้มระฆัง พิมพ์มเหศวร พิมพ์ทรงพล พิมพ์บ้านกร่างคู่ พิมพ์ยอดอัฏฐารส พิมพ์ลีลา พิมพ์ซุ้มจิก พิมพ์ปรุหนัง พิมพ์จักรนารายณ์ เป็นต้น พระของหลวงพ่อโบ้ยนั้นมีประสบการณ์ต่างๆ มากมาย ส่วนมากเด่นทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี และแคล้วคลาด มีผู้ถูกยิงตกน้ำแต่ไม่เป็นอะไร นอกจากรอยไหม้ตรงที่ถูกยิงเท่านั้น เรื่องนี้คนสุพรรณทราบดี หลวงพ่อมรณภาพเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2508

ที่มา นสพ.ข่าวสด



นึกถึง พระเครื่อง นึกถึง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง