วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
 
http://www.xn--82c9iwa.com   WWW.โจ้.COM

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
 
http://www.xn--82c9iwa.com   WWW.โจ้.COM
 
เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งกับ วันฉัตรมงคล ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พ.ค. ของทุกปี ทั้งนี้นับได้ว่าเป็นวันที่มีความหมายมากสำหรับปวงชนชาวไทย

http://www.xn--82c9iwa.com   WWW.โจ้.COM

กล่าวสำหรับประวัติความเป็นมาของ  วันฉัตรมงคล นี้ คือวันที่ระลึก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชอาณาจักรไทย โดยสมบูรณ์ กล่าวคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้เสด็จฯขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจาก สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ในเวลานั้น ดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช" เนื่องจากในเวลานั้น ยังมิได้ทรงผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั่นเอง

http://www.xn--82c9iwa.com   WWW.โจ้.COM

จากนั้น พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนเมื่อทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว จึงได้เสด็จฯนิวัตประเทศไทย รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถวาย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ปวงพสกนิกรชาวไทย จึงได้ถือเอาวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันฉัตรมงคลรำลึก

http://www.xn--82c9iwa.com   WWW.โจ้.COM

พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า “เราจะครองแผ่น ดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

http://www.xn--82c9iwa.com   WWW.โจ้.COM
ทั้งนี้พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกมีด้วยกันทั้งหมด 5 ขั้นตอน

1. ขั้นเตรียมงานพระราชพิธี เริ่มตั้งแต่พิธีตักน้ำ และทำพิธีเสกน้ำ ณ เจดีย์สถานสำคัญจากสถานที่ตักน้ำ ก่อนที่จะส่งเข้ามาทำพิธีต่อไปในพระนคร น้ำที่เสกนี้ใช้สำหรับถวายเป็นน้ำอภิเษก และสรงมุรธาภิเษก โดยมีระเบียบกำหนดให้ใช้น้ำจากแม่น้ำ 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำคงคา ยมนา อิรวดี มหิ และสรภู ในชมภูทวีป หรือที่เรียกว่า "ปัญจมหานที" แต่เนื่องจากประเทศไทยอยู่ห่างจากชมภูทวีปมาก ไม่สะดวกในการเดินทาง จึงเปลี่ยนมาใช้น้ำจากแม่น้ำ 18 สายจากภายในพระราชอาณาจักรแทน นอกจากนี้ยังมีพิธีจารึกดวงพระราชสมภพในพระสุพรรณบัฏ และแกะพระราชสัญจกร

2. พิธีเบื้องต้น เริ่มตั้งแต่ตั้งนำวงด้วย จุดเทียนชัย และเจริญพระพุทธมนต์

3. พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก เริ่มจากสรงมุรธาภิเษก ต่อจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพราหมณ์นั่งประจำทิศทั้ง 8 กล่าวคำถวายพระพรชัยมงคล และถวายดินแดนให้อยู่ในความคุ้มครองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อจากนั้นทรงรับน้ำอภิเษก ขึ้นสู่พระที่นั่งภัทรบิฐพระราชอาสน์องค์ใหม่ พระมหาราชครูเริ่มร่ายเวทย์พิธีพราหมณ์เมื่อร่ายเวทย์เสร็จแล้วจึงกราบบังคม ทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย ถวายเครื่องราชกกุธ คือ เครื่องหมายแสดงความเป็นพระมหากษัตริย์ ได้แก่พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวิชนี ฉลองพระบาทเมื่อทรงรับพระมหาพิชัยมงกุฎสวมพระเศียร เจ้าพนักงานจะประโคมดนตรี ทหารยิงปืนใหญ่ พระสงฆ์เคาะระฆัง และสวดชัยมงคลคาถาทั่วพระราชอาณาจักร หลังจากนั้นพราหมณ์ถวายพระแสงศาสตราวุธเป็นอันเสร็จพระราชพิธีพระบรม ราชาภิเษก

4. พิธีเบื้องปลาย เมื่อเสร็จพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกแล้ว จะเสด็จฯออก ณ มหาสมาคม เพื่อให้เหล่าข้าราชการ และประชาชนได้ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวโรกาสสถาปนาสมเด็จพระบรมราชาภิเษก และตั้งแต่รัชกาลที่ 7 เป็นต้นมา ได้มีพระราชพิธีประกาศสถาปนาสมเด็จพระบรมราชินีฯ นอกจากนั้นเสร็จพระราชดำเนินเพื่อประกาศพระองค์เป็นศาสนูปถัมภกษัตริยาธิราช เจ้า ในพระบรมมหาราชวัง

5. เสด็จฯเยี่ยมราษฎร เมื่อทรงเสด็จฯพระราชพิธีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินให้ราษฎรได้มีโอกาสชมพระ บารมี

การจัดงานเฉลิมฉลองของวันฉัตรมงคลในปัจจุบันนั้น มีขั้นตอนกำหนดให้จัดทั้งหมด 3 วัน คือ วันที่ 3 พฤษภาคม มีงานบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน คือ พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่พระบรมราชบุพการี ซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ ณ พระที่นั่งอมรินทน์วินิจฉัย ซึ่งในวันนี้ได้เพิ่มพระราชพิธีตรึงหมุดธงชัยเฉลิมพลที่จะพระราชทานแก่หน่วย ทหารบางหน่วยเข้าไว้ด้วย
ในวันที่ 4 พฤษภาคม เป็นวันเริ่มพระราชพิธีฉัตรมงคล เจ้าพนักงานจะได้อัญเชิญเครื่องราชกกุธภัณฑ์ขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นใต้พระ มหาปฎเศวตฉัตร พระครูหัวหน้าพราหมณ์อ่านประกาศพระราชพิธีฉัตรมงคล แล้วทรงสดับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
ในวันที่ 5 ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ทรงบูชาเครื่องกกุธภัณฑ์ พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภช พระมหาเศวตฉัตรและราชกกุธภัณฑ์
ตอนเย็นพระราชทานเครื่องราช อิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าแก่ผู้มีความดีความชอบ แล้วเสด็จฯนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าที่ปราสาทพระเทพ บิดร เป็นเสร็จพระราชพิธี

ทั้งนี้ ในวันฉัตรมงคลสำนักพระราชวังได้เปิดปราสาทหลายแห่งให้ประชาชนได้เข้าชมและ ถวายบังคมงานพระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นเครื่องหมายยืนยันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯเถลิงถวัลย์ราชสมบัติมาครบรอบปีด้วยดีอีกวาระหนึ่ง และตลอดเวลาที่ผ่านมา พระองค์ได้ประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและปวงชนชาว ไทยนับอเนกอนันต์อีกด้วย นอกจากนี้ หากย้อนกลับไปสำหรับการจัดพระราชพิธีเฉลิมฉลองวันฉัตรมงคลในอดีตนั้น แต่เดิมเป็นงานพิธีเฉลิมฉลองของเจ้าพนักงานในพระราชฐานที่มีหน้าที่รักษา เครื่องราชูปโภคและพระทวารประตูวัง ได้จัดการสมโภชสังเวยเครื่องราชูปโภค  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า ในอารยประเทศย่อมนับถือว่า วันคล้ายวันบรมราชาภิเษกเป็นวันมงคลสมัยควรเฉลิมฉลอง จึงทรงริเริ่มวันฉัตรมงคลขึ้นแต่เนื่องจากเป็นธรรมเนียมใหม่ อธิบายให้ฟังก็ไม่เข้าใจ เผอิญวันบรมราชาภิเษกไปตรงกับวันสมโภชเครื่องราชูปโภคที่มีแต่เดิม จึงทรงอธิบายว่า ฉัตรมงคลเป็นวันสมโภชเครื่องราชูปโภคทำให้ไม่มีใครติดใจสงสัย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการเฉลิมฉลองโดยนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพุทธมนต์ ในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6  รุ่งขึ้นมีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท   ด้วยเหตุนี้จึงถือว่าการเฉลิมฉลองพระราชพิธีฉัตรมงคลเริ่มมีในรัชกาลของพระ บาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก
ในสมัยรัชกาลที่ 5 วันบรมราชาภิเษกตรงกับเดือน 12 จะโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉัตรมงคลในเดือน 12 ก็ไม่มีผู้ใหญ่ท่านใดยินยอม จึงทรงแก้ไขด้วยการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยตราจุลจอมเกล้าสำหรับตระกูลขึ้น ให้มีพระราชทานตรานี้ตรงวันคล้ายบรมราชาภิเษก ท่านผู้ใหญ่จึงยินยอมให้เลื่อนงานฉัตรมงคลมาตรงกับวันบรมราชาภิเษก แต่ยังให้รักษาประเพณีสมโภชเครื่องราชูโภคอยู่ตามเดิม รูปงานวันฉัตรมงคลจึงเป็นดังนี้จนถึงปัจจุบันและนี่คืออีกวันสำคัญยิ่งอีกวันหนึ่งของปวงชนชาวไทย


http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM
5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวันฉัตรมงคล
 
 
นอก จากความสำคัญของวันฉัตรมงคลข้างต้นแล้ว วันสำคัญนี้ยังมีเกร็ดน่ารู้อีกมากมาย

* การเฉลิมฉลองพระราชพิธีฉัตรมงคลเริ่มมีในรัชกาลของ‪พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก (รัชกาลที่5)

* การจัดงานพระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นเครื่องหมายยืนยันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯเถลิงถวัลย์ราชสมบัติมาครบรอบขวบปีด้วยดีอีกวาระหนึ่ง

* ในปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯเถลิงถวัลย์ราชสมบัติครบรอบ 64 ปีในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2553 นับว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชนานที่สุดในโลก

* “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" เป็นพระบรมราโชวาทที่ปวงชนชาวไทยทุกคนจำได้มากที่สุดแม้จะผ่านมาเป็นเวลาถึง 64 ปีแล้ว

* วันฉัตรมงคล เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Coronation Day
 
ทรงพระเจริญยิ่งยืนยาน



นึกถึง พระเครื่อง นึกถึง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 
 

พระพิมลธรรม (นาค) วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) รูปถ่ายอัดกระจก พ.ศ.2475


พระพิมลธรรม (นาค) วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) รูปถ่ายอัดกระจก พ.ศ.2475



สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันถึง หลวงปู่นาค วัดอรุณราชวราราม ผู้ซึ่งสร้างตะกรุดหนังหน้าผากเสืออันโด่งดังมาตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบันก็มีคนแสวงหาตะกรุดหนังหน้าผากเสือของท่านกันมิได้ขาด แต่ปัจจุบันนั้นหาของแท้ๆ ได้ยากยิ่งครับ

พระพิมลธรรม (นาค) วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) ท่านเกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ.2415 ที่บ้านบางพูน จังหวัดปทุมธานี โยมบิดาชื่อนวล โยมมารดาชื่อเลื่อน เมื่อวันเด็กอายุพอสมควร ได้เรียนหนังสือกับครูฟ้อน พออ่านออกเขียนได้ พออายุได้ 12 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดสารพัดช่าง โดยมีเจ้าอธิการหว่าง ธมฺมโชติ เป็นพระอุปัชฌาย์ได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนอายุครบบวช เจ้าอธิการหว่างจึงได้พามาถวายพระธรรมวโรดม (แดง) วัดสุทัศน์ (สมณศักดิ์ในสมัยนั้น)

เมื่อปีมะโรง พ.ศ.2435 ท่านจึงได้อุปสมบทที่วัดสุทัศน์ โดยมีสมเด็จพระวันรัต (แดง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูธรรมานุสารี (หว่าง) วัดเทียนถวาย ปทุมธานี เป็นพระคู่สวด ได้รับนามฉายาว่า "สุมนนาโค" เมื่อบวชแล้วก็ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักสมเด็จพระวันรัต (แดง) และในสำนักพระยาธรรมปรีชา (ทิม) จนมีความรู้แตกฉาน เมื่อตอนปี พ.ศ.2433 ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมได้เป็นเปรียญ 4 ประโยค ปี พ.ศ. 2437 ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมได้เปรียญ 6 ประโยค ปี พ.ศ.2441 ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรม ได้เปรียญ 7 ประโยค ปี พ.ศ.2442 ได้เป็นพระราชาคณะที่ พระศรีสมโพธิเป็นที่ปรึกษาคณะสงฆ์ในสมเด็จพระวันรัต (แดง) ปี พ.ศ.2461 ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่พระราชสุรี ปี พ.ศ.2464 ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้ไปครองวัดอรุณราชวรารามและเป็นพระอุปัชฌาย์ ปี พ.ศ.2467 ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระธรรมดิลก ปี พ.ศ.2476 ได้เลื่อนเป็นพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ปี พ.ศ.2482 ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นหิรัญบัตรที่พระพิมลธรรม

หลวงปู่นาคท่านมีความรู้ทั้งในด้านพระปริยัติธรรมและวิปัสสนากรรมฐาน พร้อมทั้งยังมีวิทยาคมสูงมาก ท่านได้ศึกษาวิชาต่างๆ จากหลวงพ่อหว่าง วัดเทียนถวายจนหมดสิ้น ทั้งวิชาลงหนังหน้าผากเสือ วิชาลงผ้าประเจียดแดง ซึ่งเป็นที่ลือเลื่องของหลวงพ่อหว่าง ขนาดมีนกมาเกาะอยู่ในบริเวณวัด เคยมีคนมาลองยิงยังยิงไม่ออก หลวงปู่นาคท่านได้เคยแจกรูปถ่ายอัดกระจก ในปี พ.ศ.2475 เนื่องในโอกาสทำบุญอายุครบ 60 ปี และท่านได้สร้างตะกรุดหนังหน้าผากเสือให้เฉพาะลูกศิษย์และไม่แจกพร่ำเพรื่อ ทำให้เป็นที่ใฝ่หากันมาก ตะกรุดหนังหน้าผากเสือของท่านนั้นขลังมาก มีประสบการณ์มากมาย ขนาดใครใส่ตะกรุดของท่านเดินผ่านคอกวัวควาย วัวควายยังตื่นกลัว ปัจจุบันหาชมได้ยาก

หลวงปู่นาคท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2485 สิริอายุได้ 70 ปี พรรษาที่ 50 ในวันนี้ผมได้นำรูปถ่ายอัดกระจกของหลวงปู่นาคที่แจกในปี พ.ศ.2475 มาให้ชมกัน

ที่มา แทน ท่าพระจันทร์


นึกถึง พระเครื่อง นึกถึง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
 
 

หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง เหรียญพญาเต่าเรือนรุ่นแรก

 

หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง เหรียญพญาเต่าเรือนรุ่นแรก
http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM 
 หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง เกจิชื่องดังของ จ.นครปฐม

 "หลวงปู่หลิว ปัณณโก" อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ซึ่งมีของดีรู้จักกันทั่วประเทศ คือ "เหรียญพญาเต่าเรือน" ที่บรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องวัตถุมงคลต่างเสาะแสวงหาอย่างมาก

ย้อนไปในอดีตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม 2448 หลวงปู่หลิวได้ถือกำเนิดขึ้น ณ หมู่บ้านหนองอ้อ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดโบสถ์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มี หลวงพ่อโพธาภิรมย์ แห่งวัดบำรุงเมือง เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่ออินทร์ วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ห่อ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลวงปู่หลิว พัฒนาวัดสนามแย้อย่างยาวนานถึง 36 ปี จึงไปสร้างวัดขึ้นใหม่ที่ ต.จระเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ใช้เวลาถึง 5 ปี ตั้งชื่อว่า "วัดไทรทองพัฒนา" ก่อนไปสร้างวัดไร่แตงทอง ในเขต ต.ทุ่งลูกนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จนเป็นวัดที่ใหญ่โตมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

หลวงปู่หลิวละสังขารในขณะอายุได้ 95 ปี พรรษา 74

วัตถุมงคลของหลวงปู่หลิว เริ่มสร้างประมาณปี 2500 ที่วัดสนามแย้ ในยุคแรก เป็นพระประเภทเนื้อผงเป็นส่วนใหญ่ โดยเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกออกที่วัดนี้ในปี 2505 วัตถุมงคลของท่านมีหลายรูปแบบทั้งเหรียญ, รูปหล่อลอยองค์, พระบูชา, พระสังกัจจายน์, พระปิดตา ส่วนเครื่องรางของขลัง เช่น ตะกรุดคาดเอว, จิ้งจกสองหาง, กัณหาชาลี, ล็อกเก็ต เป็นต้น

แต่วัตถุมงคลที่สร้าง ชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุด คือ "พญาเต่าเรือน" ซึ่งท่านศึกษาวิชานี้มาจากหลวงพ่อย่น วัดบ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ลักษณะโดยทั่วไปของพญาเต่าเรือน จะมีลักษณะเป็นรูปเต่า มี 4 ขา ปลายหัวด้านบนจะมีหูติดลักษณะเดียวกับหูเหรียญ ส่วนรายละเอียดในตัวจะมีความแตกต่างกันไปตามรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน

ทั้งนี้ หลวงปู่หลิว ได้บอกถึงเหตุผลในการสร้างว่า "เต่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาว เป็นสัตว์มีศีลธรรม นอกจากนี้ พระพุทธเจ้ายังเคยเสวยพระชาติเป็นเต่ามาแล้ว"



http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM
หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง เหรียญพญาเต่าเรือนรุ่นแรก


พญาเต่าเรือน เหรียญมงคลยอดนิยมของท่านนับวันจะหายาก พุทธคุณครบเครื่อง ดีหลายด้านทั้งคงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม สู้คดีความ ทำมาค้าขายโชคลาภ สนนราคาเล่นหานับวันจะสูงขึ้น เนื่องจากตามความต้องการของลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสม ที่ได้เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่หลิว

ทุกวันนี้พระเกจิอาจารย์รุ่นหลัง นิยมจัดสร้างพญาเต่าเรือน มอบให้ผู้ที่ศรัทธานำไปบูชา กระแสความนิยมบางรุ่นก็ไม่ธรรมดาเช่นกันแต่ถ้าเป็นรุ่นเก่าดั่งเดิมที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น "พญาเต่าเรือนของหลวงปู่หลิว"

ที่มา นสพ.ข่าวสด 


นึกถึง พระเครื่อง นึกถึง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง